เวลาเลือกซื้อเครื่องประดับทอง มักเจอตัวเลขอย่าง 18K หรือ 750 กำกับไว้ ซึ่งหลายคนยังไม่แน่ใจว่าหมายความว่าอะไร ต่างจากทองไทย 96.5% อย่างไร และเหมาะกับการใช้งานแบบใด บทความนี้อธิบายทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับทอง 18K ก่อนตัดสินใจซื้อ
- 18K คืออะไร
- ทอง 18K กี่เปอร์เซ็นต์
- ทอง 18K ต่างจากทอง 96.5% อย่างไร
- ทอง 18K ต่างจากทอง 99.9% อย่างไร
- ทอง 18K มีสีอะไรบ้าง
- ทำไมทอง 18K นิยมใช้ทำเครื่องประดับ
- ทอง 18K เหมาะกับใคร
- ทอง 18K เหมาะกับการลงทุนไหม
- วิธีเลือกซื้อทอง 18K ให้เหมาะกับการใช้งาน
- วิธีดูแลทอง 18K ให้ใช้งานได้นาน
- สรุป 18K คืออะไร และควรเลือกซื้ออย่างไร
18K คืออะไร
ความหมายของทอง 18K
ทอง 18K คือทองคำที่มีทองแท้ 75% และมีโลหะอื่นผสมอีก 25% ตัวเลข 18 มาจากระบบ Karat ที่ใช้ 24 เป็นฐาน หมายความว่าทอง 18K มีทองคำแท้ 18 ส่วนจาก 24 ส่วนทั้งหมด ตราประทับที่พบบนเครื่องประดับ 18K มักเป็น “18K” หรือ “750” ซึ่งมาจากเลข 750 ที่หมายถึงทองคำ 750 ส่วนในพันส่วน ข้อมูลเรื่องตราประทับทองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไบโยค 99 – รู้จักตราประทับทองคำ
18K Gold เป็นทองแท้หรือไม่
ทอง 18K ถือเป็นทองแท้ตามมาตรฐานสากล เพราะมีทองคำเป็นส่วนประกอบหลักถึง 75% แต่ไม่ใช่ทองคำบริสุทธิ์เหมือน 24K หรือ 99.9% เพราะมีการเติมโลหะอื่นเข้าไปเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเปลี่ยนสีตามต้องการ
ทำไมจึงเรียกว่าทองเค
คำว่า K ย่อมาจาก Karat ซึ่งเป็นหน่วยวัดสัดส่วนทองคำในโลหะผสม โดยใช้ระบบ 24 เป็นฐาน ทอง 24K คือทองบริสุทธิ์ 100% ส่วน 18K คือ 18/24 หรือ 75% เป็นต้น ควรไม่สับสนกับ Carat (ct) ที่ใช้วัดน้ำหนักเพชรและอัญมณี ซึ่งเป็นคนละระบบกัน
ทอง 18K กี่เปอร์เซ็นต์
สัดส่วนทองคำในทอง 18K
ทอง 18K มีทองคำแท้ 75% และโลหะผสมอื่น 25% โดยโลหะผสมที่ใช้แตกต่างกันตามสีที่ต้องการ เช่น ทองแดง เงิน สังกะสี หรือพาลาเดียม
วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ทองจากค่า K
สูตรง่าย ๆ คือ นำค่า K หารด้วย 24 แล้วคูณ 100 เช่น 18 ÷ 24 × 100 = 75% ใช้สูตรเดียวกันกับทองชนิดอื่น เช่น 14K ÷ 24 × 100 = 58.3% และ 22K ÷ 24 × 100 = 91.7%
ค่า K สูงหรือต่ำบอกอะไร
ค่า K ยิ่งสูงหมายถึงมีสัดส่วนทองคำแท้มากขึ้น มูลค่าทองคำในชิ้นงานก็สูงขึ้น แต่เนื้อทองจะนิ่มกว่าและเสียรูปง่ายกว่า ในทางกลับกัน ค่า K ต่ำหมายถึงมีโลหะผสมมากขึ้น ทำให้แข็งแรงทนทานกว่า แต่ราคาทองคำต่อน้ำหนักจะถูกกว่า ข้อมูลเรื่องทองคำจากกรมประชาสัมพันธ์อ่านได้ที่ กรมประชาสัมพันธ์ – ความรู้เรื่องทองคำ
| ประเภททอง | ค่า K | เปอร์เซ็นต์ทองคำ | ตราประทับ |
|---|---|---|---|
| ทอง 24K | 24K | 99.9% | 9999 / 24K |
| ทองไทย 96.5% | ~23K | 96.5% | 965 |
| ทอง 22K | 22K | 91.7% | 917 / 22K |
| ทอง 18K | 18K | 75% | 750 / 18K |
| ทอง 14K | 14K | 58.3% | 585 / 14K |
ทอง 18K ต่างจากทอง 96.5% อย่างไร
ความต่างด้านเปอร์เซ็นต์ทอง
ทอง 96.5% ที่นิยมในไทยมีทองคำแท้ 96.5% ซึ่งสูงกว่าทอง 18K ที่มีทองคำ 75% อย่างมาก ทำให้ทอง 96.5% มีมูลค่าทองคำในเนื้อโลหะสูงกว่า และราคาซื้อขายอ้างอิงตามราคาทองตลาดไทยได้ตรงกว่า เปรียบเทียบทอง 18K และ 96.5% อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Goldmax – เปรียบเทียบทอง 18K กับทอง 96.5%
ความต่างด้านความแข็งแรง
ทอง 18K มีโลหะผสมมากกว่า ทำให้แข็งแรงและทนต่อการใช้งานมากกว่าทอง 96.5% ที่ค่อนข้างนิ่ม ดังนั้นสำหรับเครื่องประดับที่ต้องการโครงสร้างแข็งแกร่งหรือฝังอัญมณี ทอง 18K จึงเหมาะกว่า
ความต่างด้านการใช้งาน
ทอง 96.5% นิยมใช้ทำทองรูปพรรณมาตรฐานไทย ทองคำแท่ง และเครื่องประดับที่เน้นมูลค่าทองคำซึ่งขายคืนได้ตามราคาตลาด ส่วนทอง 18K นิยมใช้ในงานจิวเวลรี่ระดับสูง แหวนเพชร และเครื่องประดับดีไซน์เฉพาะ
ทอง 18K ต่างจากทอง 99.9% อย่างไร
ทอง 99.9% คือทองคำบริสุทธิ์สูง
ทอง 99.9% หรือ Fine Gold มีความบริสุทธิ์สูงที่สุดในเชิงอุตสาหกรรม เนื้อทองมีสีเหลืองสดกว่าและมีมูลค่าต่อน้ำหนักสูงกว่า แต่เนื้อทองนิ่มมากจนเสียรูปได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับเครื่องประดับที่ต้องการความแข็งแรง
ทอง 18K เหมาะกับการใช้งานจริงมากกว่า
เพราะโลหะผสม 25% ช่วยเพิ่มความทนทานให้แก่ชิ้นงานอย่างมีนัยสำคัญ ลดโอกาสที่แหวนหรือเครื่องประดับจะบิดงอหรือเสียรูปจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน
เลือกแบบไหนขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์
ทอง 99.9% เหมาะกับการซื้อเก็บเป็นสินทรัพย์หรือลงทุนในรูปทองคำแท่ง ส่วนทอง 18K เหมาะกับเครื่องประดับที่ต้องการความสวยงาม ฝังเพชร และใส่ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน
ทอง 18K มีสีอะไรบ้าง
Yellow Gold หรือทองสีเหลือง
เป็นสีทองคลาสสิกดั้งเดิม เกิดจากการผสมทองคำกับทองแดงและเงินในสัดส่วนที่คงโทนเหลืองของทองไว้ ให้ความรู้สึกหรูหราแบบไทม์เลส เข้ากับทุกลุคและทุกรูปแบบ
White Gold หรือทองคำขาว
เกิดจากการผสมทองคำกับโลหะสีขาวอย่างนิกเกิลหรือพาลาเดียม ได้สีขาวเงินที่ดูทันสมัย มักชุบโรเดียมเพิ่มเติมเพื่อให้สีขาวสดใสและเงางาม เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับแหวนเพชรเพราะช่วยเสริมความเงาของเพชรได้ดี
Rose Gold หรือทองชมพู
เกิดจากการผสมทองคำกับทองแดงในสัดส่วนที่สูงขึ้น ได้สีชมพูอมแดงที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน โรแมนติก และร่วมสมัย เป็นสีที่ได้รับความนิยมสูงมากในทศวรรษที่ผ่านมา
สีของทอง 18K ขึ้นอยู่กับโลหะผสม
โลหะผสมแต่ละชนิดให้เฉดสี ความแข็งแกร่ง และลักษณะผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน ทำให้ทอง 18K เพียงประเภทเดียวสามารถผลิตออกมาได้หลายสีตามความต้องการ
ทำไมทอง 18K นิยมใช้ทำเครื่องประดับ
แข็งแรงกว่าทองเปอร์เซ็นต์สูง
ทอง 18K มีความแข็งเพียงพอสำหรับเครื่องประดับที่ใช้งานบ่อย เช่น แหวน สร้อยคอ กำไล และต่างหู โดยไม่เสี่ยงต่อการบิดงอหรือเสียรูปง่ายเหมือนทองเปอร์เซ็นต์สูง ข้อมูลเปรียบเทียบทองเพิ่มเติมอ่านได้ที่ Kapook Money – ทอง 18K กับทองประเภทอื่นต่างกันอย่างไร
เหมาะกับการฝังเพชรและอัญมณี
เนื้อโลหะที่แข็งแรงของทอง 18K ช่วยให้ตัวเรือนยึดเกาะเพชรหรืออัญมณีได้มั่นคงกว่า ลดความเสี่ยงที่หนามเตยจะหลวมและเพชรหลุดออก นี่คือเหตุผลหลักที่งานจิวเวลรี่ระดับสูงมักใช้ 18K เป็นวัสดุตัวเรือน
มีคุณค่าจากทองคำและความสวยงามของดีไซน์
ทอง 18K ยังมีทองคำ 75% ซึ่งสูงพอให้มีมูลค่าทองคำแท้จริง ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะออกแบบเป็นเครื่องประดับที่ละเอียดและซับซ้อนได้
ให้สีและสไตล์ที่หลากหลาย
สามารถเลือกได้ทั้ง Yellow Gold, White Gold และ Rose Gold ทำให้นักออกแบบเครื่องประดับมีความยืดหยุ่นสูงในการสร้างสรรค์ผลงาน และผู้สวมใส่มีตัวเลือกที่หลากหลายตามสไตล์ส่วนตัว
ทอง 18K เหมาะกับใคร
ผู้ที่ต้องการเครื่องประดับทองที่ใส่ได้จริง
เหมาะกับผู้ที่ต้องการแหวน สร้อยคอ หรือเครื่องประดับที่แข็งแรง ดูแลได้ง่าย และใส่ได้ทุกวันโดยไม่กังวลเรื่องการเสียรูป
ผู้ที่กำลังเลือกซื้อแหวนเพชร
ทอง 18K เป็นวัสดุยอดนิยมที่สุดสำหรับตัวเรือนแหวนเพชรในตลาดจิวเวลรี่ระดับสากล เพราะให้ความสมดุลระหว่างความสวยงาม ความทนทาน และการยึดเกาะอัญมณีที่ดีเยี่ยม
ผู้ที่ชอบเครื่องประดับดีไซน์จิวเวลรี่
เหมาะกับผู้ที่ต้องการงานออกแบบที่มีรายละเอียด ความประณีต และลวดลายที่ซับซ้อน เพราะทอง 18K สามารถหล่อและแกะสลักได้ดีกว่าทองที่นิ่มเกินไป
ผู้ที่ต้องการทองที่มีมูลค่าแต่ไม่อ่อนตัวง่าย
ทอง 18K มีทองแท้ 75% และแข็งแรงกว่าทองเปอร์เซ็นต์สูง ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งมูลค่าและความทนทานในเวลาเดียวกัน
ทอง 18K เหมาะกับการลงทุนไหม
ทอง 18K เหมาะกับเครื่องประดับมากกว่าการลงทุน
ระวัง: ทอง 18K มีต้นทุนด้านดีไซน์ ค่าแรงช่าง และมูลค่าทางจิวเวลรี่ที่สะสมอยู่ในราคา ทำให้ราคาซื้อสูงกว่ามูลค่าทองคำแท้จริงในชิ้นงาน และเมื่อขายคืนอาจได้ราคาต่ำกว่าที่ซื้อมาได้
หากต้องการซื้อเก็บมูลค่า ควรเปรียบเทียบทองคำแท่ง
ทองคำแท่งมาตรฐานที่ซื้อขายอ้างอิงราคาตลาดเหมาะกับการลงทุนมากกว่า เพราะมีต้นทุนแฝงน้อยกว่า ราคาขายคืนใกล้เคียงราคาตลาด และสภาพคล่องในการซื้อขายสูงกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนทองคำออนไลน์ SBK Gold คือแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำแท่งแบบเรียลไทม์ที่ให้ราคาโปร่งใสและเริ่มสะสมได้ตั้งแต่หน่วยย่อย
ควรดูราคาขายคืนและเงื่อนไขก่อนซื้อ
เครื่องประดับทอง 18K อาจมีหลักเกณฑ์การรับซื้อคืนที่แตกต่างจากทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณมาตรฐาน ควรสอบถามร้านค้าให้ชัดเจนก่อนว่าสามารถขายคืนได้ที่ราคาใดและมีเงื่อนไขอะไรบ้าง
วิธีเลือกซื้อทอง 18K ให้เหมาะกับการใช้งาน
ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองและตราประทับ
ควรดูสัญลักษณ์ “18K” หรือ “750” ที่ตราไว้บนตัวเครื่องประดับ ซึ่งยืนยันว่ามีทองคำ 75% ตามมาตรฐาน ควรใช้แว่นขยายตรวจสอบถ้าไม่ชัดเจน
เลือกสีทองให้เข้ากับสไตล์
ทองสีเหลืองให้ลุคคลาสสิกที่ไม่ตกยุค ทองคำขาวให้ลุคเรียบหรูและทันสมัย ส่วนโรสโกลด์ให้ลุคอ่อนหวานและโรแมนติก ควรเลือกให้เข้ากับผิวพรรณและสไตล์การแต่งตัวของผู้สวมใส่
พิจารณาความแข็งแรงของตัวเรือน
สำหรับแหวนเพชรหรือเครื่องประดับที่ฝังอัญมณี ควรเลือกดีไซน์ตัวเรือนที่มั่นคง มีหนามเตยที่แข็งแรง และออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ดูสวยงาม
เลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ
ควรเลือกร้านที่ระบุข้อมูลวัสดุและเปอร์เซ็นต์ทองชัดเจน มีใบรับประกัน และมีบริการหลังการขายที่ตรวจสอบได้ รวมถึงมีนโยบายรับคืนหรือซ่อมแซมเครื่องประดับที่ชัดเจน
วิธีดูแลทอง 18K ให้ใช้งานได้นาน
หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง
ควรถอดเครื่องประดับก่อนสัมผัสน้ำยาทำความสะอาด น้ำหอม ครีมทาผิว หรือคลอรีนในสระว่ายน้ำ เพราะสารเคมีเหล่านี้อาจทำปฏิกิริยากับโลหะผสมและทำให้ผิวทองหมองหรือเปลี่ยนสีได้
เก็บแยกจากเครื่องประดับชิ้นอื่น
ควรเก็บในซองผ้า กล่องแยกช่อง หรือถุงซิปล็อกแยกชิ้น เพื่อลดรอยขีดข่วนจากการเสียดสีกัน โดยเฉพาะเครื่องประดับที่มีเพชรซึ่งสามารถขีดข่วนทองได้
ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน
ใช้ผ้านุ่มสะอาดเช็ดหลังสวมใส่ทุกครั้ง และสามารถล้างด้วยน้ำผสมน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ แล้วแปรงเบา ๆ ด้วยแปรงขนนุ่มหากมีคราบสะสม ล้างน้ำสะอาดออกและเช็ดให้แห้งสนิท
ตรวจเช็กตัวเรือนเป็นระยะ
สำหรับแหวนเพชรหรือเครื่องประดับฝังอัญมณี ควรนำไปให้ช่างจิวเวลรี่ตรวจความแน่นของหนามเตยและโครงสร้างตัวเรือนอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อป้องกันเพชรหลุดออกโดยไม่รู้ตัว
สรุป 18K คืออะไร และควรเลือกซื้ออย่างไร
18K คือทองแท้ 75% ผสมโลหะอื่น 25%
เป็นทองที่มีความสมดุลระหว่างมูลค่าทองคำ ความแข็งแรง และความเหมาะสมต่อการทำเครื่องประดับ ตราประทับ 750 หรือ 18K ยืนยันมาตรฐานนี้บนตัวชิ้นงาน
เหมาะกับแหวนเพชรและจิวเวลรี่ที่ต้องการความทนทาน
ทอง 18K เป็นตัวเลือกชั้นนำสำหรับงานจิวเวลรี่ระดับสูงทั่วโลก เพราะแข็งแรงกว่าทองเปอร์เซ็นต์สูง ฝังเพชรได้มั่นคง และออกแบบได้หลากหลายสี
ควรเลือกตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
หากต้องการเครื่องประดับที่สวยงาม ใส่จริง และมีคุณค่า ทอง 18K เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากต้องการลงทุนในทองคำเพื่อรักษามูลค่าและสภาพคล่องในการซื้อขายคืน ควรเปรียบเทียบกับทองคำแท่งก่อนตัดสินใจ
