18K คืออะไร รู้จักทอง 18K เปอร์เซ็นต์ทอง และความเหมาะสมก่อนซื้อเครื่องประดับ

เวลาเลือกซื้อเครื่องประดับทอง มักเจอตัวเลขอย่าง 18K หรือ 750 กำกับไว้ ซึ่งหลายคนยังไม่แน่ใจว่าหมายความว่าอะไร ต่างจากทองไทย 96.5% อย่างไร และเหมาะกับการใช้งานแบบใด บทความนี้อธิบายทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับทอง 18K ก่อนตัดสินใจซื้อ

  1. 18K คืออะไร
    1. ความหมายของทอง 18K
    2. 18K Gold เป็นทองแท้หรือไม่
    3. ทำไมจึงเรียกว่าทองเค
  2. ทอง 18K กี่เปอร์เซ็นต์
    1. สัดส่วนทองคำในทอง 18K
    2. วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ทองจากค่า K
    3. ค่า K สูงหรือต่ำบอกอะไร
  3. ทอง 18K ต่างจากทอง 96.5% อย่างไร
    1. ความต่างด้านเปอร์เซ็นต์ทอง
    2. ความต่างด้านความแข็งแรง
    3. ความต่างด้านการใช้งาน
  4. ทอง 18K ต่างจากทอง 99.9% อย่างไร
    1. ทอง 99.9% คือทองคำบริสุทธิ์สูง
    2. ทอง 18K เหมาะกับการใช้งานจริงมากกว่า
    3. เลือกแบบไหนขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์
  5. ทอง 18K มีสีอะไรบ้าง
    1. Yellow Gold หรือทองสีเหลือง
    2. White Gold หรือทองคำขาว
    3. Rose Gold หรือทองชมพู
    4. สีของทอง 18K ขึ้นอยู่กับโลหะผสม
  6. ทำไมทอง 18K นิยมใช้ทำเครื่องประดับ
    1. แข็งแรงกว่าทองเปอร์เซ็นต์สูง
    2. เหมาะกับการฝังเพชรและอัญมณี
    3. มีคุณค่าจากทองคำและความสวยงามของดีไซน์
    4. ให้สีและสไตล์ที่หลากหลาย
  7. ทอง 18K เหมาะกับใคร
    1. ผู้ที่ต้องการเครื่องประดับทองที่ใส่ได้จริง
    2. ผู้ที่กำลังเลือกซื้อแหวนเพชร
    3. ผู้ที่ชอบเครื่องประดับดีไซน์จิวเวลรี่
    4. ผู้ที่ต้องการทองที่มีมูลค่าแต่ไม่อ่อนตัวง่าย
  8. ทอง 18K เหมาะกับการลงทุนไหม
    1. ทอง 18K เหมาะกับเครื่องประดับมากกว่าการลงทุน
    2. หากต้องการซื้อเก็บมูลค่า ควรเปรียบเทียบทองคำแท่ง
    3. ควรดูราคาขายคืนและเงื่อนไขก่อนซื้อ
  9. วิธีเลือกซื้อทอง 18K ให้เหมาะกับการใช้งาน
    1. ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองและตราประทับ
    2. เลือกสีทองให้เข้ากับสไตล์
    3. พิจารณาความแข็งแรงของตัวเรือน
    4. เลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ
  10. วิธีดูแลทอง 18K ให้ใช้งานได้นาน
    1. หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง
    2. เก็บแยกจากเครื่องประดับชิ้นอื่น
    3. ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน
    4. ตรวจเช็กตัวเรือนเป็นระยะ
  11. สรุป 18K คืออะไร และควรเลือกซื้ออย่างไร
    1. 18K คือทองแท้ 75% ผสมโลหะอื่น 25%
    2. เหมาะกับแหวนเพชรและจิวเวลรี่ที่ต้องการความทนทาน
    3. ควรเลือกตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

18K คืออะไร

ความหมายของทอง 18K

ทอง 18K คือทองคำที่มีทองแท้ 75% และมีโลหะอื่นผสมอีก 25% ตัวเลข 18 มาจากระบบ Karat ที่ใช้ 24 เป็นฐาน หมายความว่าทอง 18K มีทองคำแท้ 18 ส่วนจาก 24 ส่วนทั้งหมด ตราประทับที่พบบนเครื่องประดับ 18K มักเป็น “18K” หรือ “750” ซึ่งมาจากเลข 750 ที่หมายถึงทองคำ 750 ส่วนในพันส่วน ข้อมูลเรื่องตราประทับทองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไบโยค 99 – รู้จักตราประทับทองคำ

18K Gold เป็นทองแท้หรือไม่

ทอง 18K ถือเป็นทองแท้ตามมาตรฐานสากล เพราะมีทองคำเป็นส่วนประกอบหลักถึง 75% แต่ไม่ใช่ทองคำบริสุทธิ์เหมือน 24K หรือ 99.9% เพราะมีการเติมโลหะอื่นเข้าไปเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเปลี่ยนสีตามต้องการ

ทำไมจึงเรียกว่าทองเค

คำว่า K ย่อมาจาก Karat ซึ่งเป็นหน่วยวัดสัดส่วนทองคำในโลหะผสม โดยใช้ระบบ 24 เป็นฐาน ทอง 24K คือทองบริสุทธิ์ 100% ส่วน 18K คือ 18/24 หรือ 75% เป็นต้น ควรไม่สับสนกับ Carat (ct) ที่ใช้วัดน้ำหนักเพชรและอัญมณี ซึ่งเป็นคนละระบบกัน

ทอง 18K กี่เปอร์เซ็นต์

สัดส่วนทองคำในทอง 18K

ทอง 18K มีทองคำแท้ 75% และโลหะผสมอื่น 25% โดยโลหะผสมที่ใช้แตกต่างกันตามสีที่ต้องการ เช่น ทองแดง เงิน สังกะสี หรือพาลาเดียม

วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ทองจากค่า K

สูตรง่าย ๆ คือ นำค่า K หารด้วย 24 แล้วคูณ 100 เช่น 18 ÷ 24 × 100 = 75% ใช้สูตรเดียวกันกับทองชนิดอื่น เช่น 14K ÷ 24 × 100 = 58.3% และ 22K ÷ 24 × 100 = 91.7%

ค่า K สูงหรือต่ำบอกอะไร

ค่า K ยิ่งสูงหมายถึงมีสัดส่วนทองคำแท้มากขึ้น มูลค่าทองคำในชิ้นงานก็สูงขึ้น แต่เนื้อทองจะนิ่มกว่าและเสียรูปง่ายกว่า ในทางกลับกัน ค่า K ต่ำหมายถึงมีโลหะผสมมากขึ้น ทำให้แข็งแรงทนทานกว่า แต่ราคาทองคำต่อน้ำหนักจะถูกกว่า ข้อมูลเรื่องทองคำจากกรมประชาสัมพันธ์อ่านได้ที่ กรมประชาสัมพันธ์ – ความรู้เรื่องทองคำ

READ  ปี่เซียะคืออะไร วิธีใส่ปี่เซียะเรียกทรัพย์ให้ถูกต้อง พร้อมข้อห้ามที่ควรรู้
ประเภททอง ค่า K เปอร์เซ็นต์ทองคำ ตราประทับ
ทอง 24K 24K 99.9% 9999 / 24K
ทองไทย 96.5% ~23K 96.5% 965
ทอง 22K 22K 91.7% 917 / 22K
ทอง 18K 18K 75% 750 / 18K
ทอง 14K 14K 58.3% 585 / 14K

ทอง 18K ต่างจากทอง 96.5% อย่างไร

ความต่างด้านเปอร์เซ็นต์ทอง

ทอง 96.5% ที่นิยมในไทยมีทองคำแท้ 96.5% ซึ่งสูงกว่าทอง 18K ที่มีทองคำ 75% อย่างมาก ทำให้ทอง 96.5% มีมูลค่าทองคำในเนื้อโลหะสูงกว่า และราคาซื้อขายอ้างอิงตามราคาทองตลาดไทยได้ตรงกว่า เปรียบเทียบทอง 18K และ 96.5% อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Goldmax – เปรียบเทียบทอง 18K กับทอง 96.5%

ความต่างด้านความแข็งแรง

ทอง 18K มีโลหะผสมมากกว่า ทำให้แข็งแรงและทนต่อการใช้งานมากกว่าทอง 96.5% ที่ค่อนข้างนิ่ม ดังนั้นสำหรับเครื่องประดับที่ต้องการโครงสร้างแข็งแกร่งหรือฝังอัญมณี ทอง 18K จึงเหมาะกว่า

ความต่างด้านการใช้งาน

ทอง 96.5% นิยมใช้ทำทองรูปพรรณมาตรฐานไทย ทองคำแท่ง และเครื่องประดับที่เน้นมูลค่าทองคำซึ่งขายคืนได้ตามราคาตลาด ส่วนทอง 18K นิยมใช้ในงานจิวเวลรี่ระดับสูง แหวนเพชร และเครื่องประดับดีไซน์เฉพาะ

ทอง 18K ต่างจากทอง 99.9% อย่างไร

ทอง 99.9% คือทองคำบริสุทธิ์สูง

ทอง 99.9% หรือ Fine Gold มีความบริสุทธิ์สูงที่สุดในเชิงอุตสาหกรรม เนื้อทองมีสีเหลืองสดกว่าและมีมูลค่าต่อน้ำหนักสูงกว่า แต่เนื้อทองนิ่มมากจนเสียรูปได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับเครื่องประดับที่ต้องการความแข็งแรง

ทอง 18K เหมาะกับการใช้งานจริงมากกว่า

เพราะโลหะผสม 25% ช่วยเพิ่มความทนทานให้แก่ชิ้นงานอย่างมีนัยสำคัญ ลดโอกาสที่แหวนหรือเครื่องประดับจะบิดงอหรือเสียรูปจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน

เลือกแบบไหนขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์

ทอง 99.9% เหมาะกับการซื้อเก็บเป็นสินทรัพย์หรือลงทุนในรูปทองคำแท่ง ส่วนทอง 18K เหมาะกับเครื่องประดับที่ต้องการความสวยงาม ฝังเพชร และใส่ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

ทอง 18K มีสีอะไรบ้าง

Yellow Gold หรือทองสีเหลือง

เป็นสีทองคลาสสิกดั้งเดิม เกิดจากการผสมทองคำกับทองแดงและเงินในสัดส่วนที่คงโทนเหลืองของทองไว้ ให้ความรู้สึกหรูหราแบบไทม์เลส เข้ากับทุกลุคและทุกรูปแบบ

White Gold หรือทองคำขาว

เกิดจากการผสมทองคำกับโลหะสีขาวอย่างนิกเกิลหรือพาลาเดียม ได้สีขาวเงินที่ดูทันสมัย มักชุบโรเดียมเพิ่มเติมเพื่อให้สีขาวสดใสและเงางาม เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับแหวนเพชรเพราะช่วยเสริมความเงาของเพชรได้ดี

Rose Gold หรือทองชมพู

เกิดจากการผสมทองคำกับทองแดงในสัดส่วนที่สูงขึ้น ได้สีชมพูอมแดงที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน โรแมนติก และร่วมสมัย เป็นสีที่ได้รับความนิยมสูงมากในทศวรรษที่ผ่านมา

สีของทอง 18K ขึ้นอยู่กับโลหะผสม

โลหะผสมแต่ละชนิดให้เฉดสี ความแข็งแกร่ง และลักษณะผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน ทำให้ทอง 18K เพียงประเภทเดียวสามารถผลิตออกมาได้หลายสีตามความต้องการ

ทำไมทอง 18K นิยมใช้ทำเครื่องประดับ

แข็งแรงกว่าทองเปอร์เซ็นต์สูง

ทอง 18K มีความแข็งเพียงพอสำหรับเครื่องประดับที่ใช้งานบ่อย เช่น แหวน สร้อยคอ กำไล และต่างหู โดยไม่เสี่ยงต่อการบิดงอหรือเสียรูปง่ายเหมือนทองเปอร์เซ็นต์สูง ข้อมูลเปรียบเทียบทองเพิ่มเติมอ่านได้ที่ Kapook Money – ทอง 18K กับทองประเภทอื่นต่างกันอย่างไร

เหมาะกับการฝังเพชรและอัญมณี

เนื้อโลหะที่แข็งแรงของทอง 18K ช่วยให้ตัวเรือนยึดเกาะเพชรหรืออัญมณีได้มั่นคงกว่า ลดความเสี่ยงที่หนามเตยจะหลวมและเพชรหลุดออก นี่คือเหตุผลหลักที่งานจิวเวลรี่ระดับสูงมักใช้ 18K เป็นวัสดุตัวเรือน

มีคุณค่าจากทองคำและความสวยงามของดีไซน์

ทอง 18K ยังมีทองคำ 75% ซึ่งสูงพอให้มีมูลค่าทองคำแท้จริง ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะออกแบบเป็นเครื่องประดับที่ละเอียดและซับซ้อนได้

ให้สีและสไตล์ที่หลากหลาย

สามารถเลือกได้ทั้ง Yellow Gold, White Gold และ Rose Gold ทำให้นักออกแบบเครื่องประดับมีความยืดหยุ่นสูงในการสร้างสรรค์ผลงาน และผู้สวมใส่มีตัวเลือกที่หลากหลายตามสไตล์ส่วนตัว

ทอง 18K เหมาะกับใคร

ผู้ที่ต้องการเครื่องประดับทองที่ใส่ได้จริง

เหมาะกับผู้ที่ต้องการแหวน สร้อยคอ หรือเครื่องประดับที่แข็งแรง ดูแลได้ง่าย และใส่ได้ทุกวันโดยไม่กังวลเรื่องการเสียรูป

ผู้ที่กำลังเลือกซื้อแหวนเพชร

ทอง 18K เป็นวัสดุยอดนิยมที่สุดสำหรับตัวเรือนแหวนเพชรในตลาดจิวเวลรี่ระดับสากล เพราะให้ความสมดุลระหว่างความสวยงาม ความทนทาน และการยึดเกาะอัญมณีที่ดีเยี่ยม

ผู้ที่ชอบเครื่องประดับดีไซน์จิวเวลรี่

เหมาะกับผู้ที่ต้องการงานออกแบบที่มีรายละเอียด ความประณีต และลวดลายที่ซับซ้อน เพราะทอง 18K สามารถหล่อและแกะสลักได้ดีกว่าทองที่นิ่มเกินไป

ผู้ที่ต้องการทองที่มีมูลค่าแต่ไม่อ่อนตัวง่าย

ทอง 18K มีทองแท้ 75% และแข็งแรงกว่าทองเปอร์เซ็นต์สูง ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งมูลค่าและความทนทานในเวลาเดียวกัน

ทอง 18K เหมาะกับการลงทุนไหม

ทอง 18K เหมาะกับเครื่องประดับมากกว่าการลงทุน

ระวัง: ทอง 18K มีต้นทุนด้านดีไซน์ ค่าแรงช่าง และมูลค่าทางจิวเวลรี่ที่สะสมอยู่ในราคา ทำให้ราคาซื้อสูงกว่ามูลค่าทองคำแท้จริงในชิ้นงาน และเมื่อขายคืนอาจได้ราคาต่ำกว่าที่ซื้อมาได้

หากต้องการซื้อเก็บมูลค่า ควรเปรียบเทียบทองคำแท่ง

ทองคำแท่งมาตรฐานที่ซื้อขายอ้างอิงราคาตลาดเหมาะกับการลงทุนมากกว่า เพราะมีต้นทุนแฝงน้อยกว่า ราคาขายคืนใกล้เคียงราคาตลาด และสภาพคล่องในการซื้อขายสูงกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนทองคำออนไลน์ SBK Gold คือแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำแท่งแบบเรียลไทม์ที่ให้ราคาโปร่งใสและเริ่มสะสมได้ตั้งแต่หน่วยย่อย

READ  ค่าบล็อกทองแท่งคืออะไร มือใหม่ซื้อทองคำแท่งต้องรู้ก่อนจ่ายจริง

ควรดูราคาขายคืนและเงื่อนไขก่อนซื้อ

เครื่องประดับทอง 18K อาจมีหลักเกณฑ์การรับซื้อคืนที่แตกต่างจากทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณมาตรฐาน ควรสอบถามร้านค้าให้ชัดเจนก่อนว่าสามารถขายคืนได้ที่ราคาใดและมีเงื่อนไขอะไรบ้าง

วิธีเลือกซื้อทอง 18K ให้เหมาะกับการใช้งาน

ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองและตราประทับ

ควรดูสัญลักษณ์ “18K” หรือ “750” ที่ตราไว้บนตัวเครื่องประดับ ซึ่งยืนยันว่ามีทองคำ 75% ตามมาตรฐาน ควรใช้แว่นขยายตรวจสอบถ้าไม่ชัดเจน

เลือกสีทองให้เข้ากับสไตล์

ทองสีเหลืองให้ลุคคลาสสิกที่ไม่ตกยุค ทองคำขาวให้ลุคเรียบหรูและทันสมัย ส่วนโรสโกลด์ให้ลุคอ่อนหวานและโรแมนติก ควรเลือกให้เข้ากับผิวพรรณและสไตล์การแต่งตัวของผู้สวมใส่

พิจารณาความแข็งแรงของตัวเรือน

สำหรับแหวนเพชรหรือเครื่องประดับที่ฝังอัญมณี ควรเลือกดีไซน์ตัวเรือนที่มั่นคง มีหนามเตยที่แข็งแรง และออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ดูสวยงาม

เลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ

ควรเลือกร้านที่ระบุข้อมูลวัสดุและเปอร์เซ็นต์ทองชัดเจน มีใบรับประกัน และมีบริการหลังการขายที่ตรวจสอบได้ รวมถึงมีนโยบายรับคืนหรือซ่อมแซมเครื่องประดับที่ชัดเจน

วิธีดูแลทอง 18K ให้ใช้งานได้นาน

หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง

ควรถอดเครื่องประดับก่อนสัมผัสน้ำยาทำความสะอาด น้ำหอม ครีมทาผิว หรือคลอรีนในสระว่ายน้ำ เพราะสารเคมีเหล่านี้อาจทำปฏิกิริยากับโลหะผสมและทำให้ผิวทองหมองหรือเปลี่ยนสีได้

เก็บแยกจากเครื่องประดับชิ้นอื่น

ควรเก็บในซองผ้า กล่องแยกช่อง หรือถุงซิปล็อกแยกชิ้น เพื่อลดรอยขีดข่วนจากการเสียดสีกัน โดยเฉพาะเครื่องประดับที่มีเพชรซึ่งสามารถขีดข่วนทองได้

ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน

ใช้ผ้านุ่มสะอาดเช็ดหลังสวมใส่ทุกครั้ง และสามารถล้างด้วยน้ำผสมน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ แล้วแปรงเบา ๆ ด้วยแปรงขนนุ่มหากมีคราบสะสม ล้างน้ำสะอาดออกและเช็ดให้แห้งสนิท

ตรวจเช็กตัวเรือนเป็นระยะ

สำหรับแหวนเพชรหรือเครื่องประดับฝังอัญมณี ควรนำไปให้ช่างจิวเวลรี่ตรวจความแน่นของหนามเตยและโครงสร้างตัวเรือนอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อป้องกันเพชรหลุดออกโดยไม่รู้ตัว

สรุป 18K คืออะไร และควรเลือกซื้ออย่างไร

18K คือทองแท้ 75% ผสมโลหะอื่น 25%

เป็นทองที่มีความสมดุลระหว่างมูลค่าทองคำ ความแข็งแรง และความเหมาะสมต่อการทำเครื่องประดับ ตราประทับ 750 หรือ 18K ยืนยันมาตรฐานนี้บนตัวชิ้นงาน

เหมาะกับแหวนเพชรและจิวเวลรี่ที่ต้องการความทนทาน

ทอง 18K เป็นตัวเลือกชั้นนำสำหรับงานจิวเวลรี่ระดับสูงทั่วโลก เพราะแข็งแรงกว่าทองเปอร์เซ็นต์สูง ฝังเพชรได้มั่นคง และออกแบบได้หลากหลายสี

ควรเลือกตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

หากต้องการเครื่องประดับที่สวยงาม ใส่จริง และมีคุณค่า ทอง 18K เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากต้องการลงทุนในทองคำเพื่อรักษามูลค่าและสภาพคล่องในการซื้อขายคืน ควรเปรียบเทียบกับทองคำแท่งก่อนตัดสินใจ