- สีทองแท้กับทองปลอมต่างกันอย่างไร
- รู้จักประเภทของทองก่อนเปรียบเทียบสี
- สีของทองแท้สัมพันธ์กับเปอร์เซ็นต์ทองอย่างไร
- วิธีสังเกตสีทองแท้กับทองปลอมเบื้องต้น
- วิธีเช็กทองแท้ทองปลอมที่ควรใช้ร่วมกับการดูสี
- จุดที่ควรตรวจเป็นพิเศษเมื่อสงสัยว่าทองปลอม
- ข้อควรระวังเมื่อซื้อทองออนไลน์
- ทองแท้เปลี่ยนสีได้ไหม
- ควรทำอย่างไรหากไม่แน่ใจว่าเป็นทองแท้หรือทองปลอม
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสีทองแท้กับทองปลอม
- สรุปสีทองแท้กับทองปลอม ดูอย่างไรให้มั่นใจก่อนซื้อ
สีทองแท้กับทองปลอมต่างกันอย่างไร
สีของทองแท้ที่ควรรู้
ทองแท้มักมีสีเหลืองทองที่เป็นธรรมชาติ เงางามสม่ำเสมอทั้งชิ้น และสีที่เห็นสัมพันธ์กับเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของทอง ทอง 96.5% ที่นิยมในไทยจะมีสีเหลืองทองคุ้นตา ส่วนทอง 99.9% จะมีสีเหลืองสดกว่าเล็กน้อย ความเงาของทองแท้มีลักษณะนวลและเป็นธรรมชาติ ไม่แวบวาบจนเกินไป
สีของทองปลอมที่มักพบ
ทองปลอมหรือทองชุบมักมีสีที่ผิดปกติจากทองแท้ในลักษณะต่าง ๆ เช่น สีเหลืองจัดเกินธรรมชาติ สีซีดหรือหม่น ผิวเคลือบที่เริ่มลอกหรือด่างตามจุดสึกหรอ หรือสีที่ไม่สม่ำเสมอตลอดชิ้นงาน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีชุบทองพัฒนาขึ้นมาก ทำให้ทองปลอมบางชนิดในช่วงแรกดูแทบไม่ต่างจากทองแท้
ทำไมดูสีอย่างเดียวจึงยังไม่พอ
การดูสีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นทองแท้ เพราะทองปลอมสามารถชุบให้มีสีคล้ายทองแท้ได้อย่างแนบเนียน ควรใช้วิธีตรวจสอบหลายอย่างประกอบกัน ทั้งน้ำหนัก ตราประทับ การทดสอบด้วยแม่เหล็ก และการนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ วิธีตรวจทองแท้ทองปลอมด้วยตัวเองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมค้าทองคำ – วิธีตรวจทองแท้ทองปลอมด้วยตัวเอง
รู้จักประเภทของทองก่อนเปรียบเทียบสี
ทองคำแท้
ทองคำแท้คือทองที่มีความบริสุทธิ์สูงตามมาตรฐานที่ยอมรับ เช่น ทอง 96.5% ที่นิยมในไทยหรือทอง 99.9% ที่ใช้ในมาตรฐานสากล มีมูลค่าตามน้ำหนักทองคำจริงที่อ้างอิงราคาตลาดได้ และสามารถนำไปขายคืนร้านทองทั่วไปได้ตามราคาประกาศ
ทองคำเปอร์เซ็นต์ต่ำ
ทองเค (Karat Gold) เช่น 9K, 14K, 18K มีสัดส่วนทองคำต่ำกว่า 96.5% และมีโลหะอื่นผสมมากกว่า ยังคงมีมูลค่าจากทองคำจริงที่อยู่ในเนื้อ แต่ราคาซื้อขายในไทยอาจต้องผ่านผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน เพราะไม่อ้างอิงราคาตลาดทองไทยตรง ๆ
ทองปลอม
ทองปลอมคือโลหะอื่นที่ชุบหรือเคลือบผิวให้ดูคล้ายทองคำแท้ ไม่มีมูลค่าทองคำเทียบเท่าทองจริง และเมื่อผิวเคลือบสึกหรอจะเผยสีโลหะด้านในที่ต่างจากทองคำ ทองปลอมไม่สามารถขายคืนร้านทองได้ในราคาทอง
| ประเภท | ความบริสุทธิ์ | สีโดยทั่วไป | มูลค่า |
|---|---|---|---|
| ทองแท้ 96.5% | 96.5% | เหลืองทองคุ้นตา | ขายคืนได้ตามราคาตลาด |
| ทองแท้ 99.9% | 99.9% | เหลืองสดกว่าเล็กน้อย | ขายคืนได้ตามราคาตลาด |
| ทองเค 18K | 75% | แตกต่างตามโลหะผสม | มีมูลค่าแต่ต้องประเมินพิเศษ |
| ทองปลอม/ทองชุบ | แทบไม่มี | อาจดูเหมือนทองในช่วงแรก | แทบไม่มีมูลค่าทอง |
สีของทองแท้สัมพันธ์กับเปอร์เซ็นต์ทองอย่างไร
ทอง 96.5%
ทอง 96.5% หรือที่ร้านทองไทยส่วนใหญ่จำหน่าย มีสีเหลืองทองที่คุ้นตาสำหรับคนไทย ไม่เหลืองจัดเกินไปและไม่ซีดเกินไป เนื้อทองมีความแข็งพอสมควรจากโลหะผสม 3.5% ทำให้เหมาะกับการทำเครื่องประดับที่ต้องสวมใส่ประจำวัน
ทอง 99.9% หรือ 24K
ทอง 99.9% หรือ Fine Gold มีสีเหลืองทองที่สดและบริสุทธิ์กว่าทอง 96.5% เล็กน้อย เนื่องจากมีโลหะอื่นผสมน้อยมาก แต่ความบริสุทธิ์สูงก็แลกมาด้วยความนิ่มของเนื้อทองที่เสียรูปได้ง่ายกว่า
ทองเปอร์เซ็นต์ต่ำหรือทองเค
ทองเคมีสีที่แตกต่างกันตามชนิดและสัดส่วนของโลหะผสม เช่น ทอง Rose Gold อมชมพูจากทองแดง ทอง White Gold ออกขาวเงินจากนิกเกิลหรือแพลตตินัม และทองเหลืองมาตรฐานที่สีอ่อนกว่าทอง 96.5% ทองเคทุกประเภทยังคงมีทองคำแท้เป็นส่วนประกอบ ต่างจากทองปลอมที่แทบไม่มีทองคำเลย
วิธีสังเกตสีทองแท้กับทองปลอมเบื้องต้น
ดูความสม่ำเสมอของสีทอง
ทองแท้ควรมีสีสม่ำเสมอตลอดทั้งชิ้น ทั้งบริเวณที่มองเห็นและจุดที่ซ่อนอยู่อย่างด้านในของห่วงหรือใต้ตะขอ ทองปลอมหรือทองชุบมักมีสีไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเสียดสีบ่อยซึ่งผิวเคลือบอาจสึกออกและเผยสีโลหะด้านในที่แตกต่าง
สังเกตบริเวณรอยต่อและห่วง
จุดเชื่อมต่อระหว่างชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องประดับเป็นจุดที่เผยความจริงได้ดีที่สุด เพราะมักถูกเสียดสีบ่อยและมีโอกาสสึกหรอสูงกว่าส่วนอื่น ถ้าเห็นสีโลหะที่ต่างออกไปโผล่ขึ้นมาตามรอยต่อหรือขอบห่วง นั่นคือสัญญาณที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง
เปรียบเทียบสีภายใต้แสงธรรมชาติ
แสงธรรมชาติหรือแสงกลางวันเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดในการดูสีทอง เพราะช่วยให้เห็นความเงา สีซีด สีหม่น หรือความผิดปกติได้ชัดกว่าแสงไฟในร้านทองที่อาจออกแบบมาให้ทองดูเงางามกว่าความเป็นจริง
ระวังทองที่ดูเงาเกินจริง
ความเงาแบบเคลือบผิวของทองชุบอาจทำให้ดูคล้ายทองแท้หรือแม้กระทั่งดูดีกว่าทองแท้ในช่วงแรก แต่ความเงานั้นมักลดลงหรือเปลี่ยนไปเมื่อผ่านการใช้งานได้ไม่นาน ทองแท้มีความเงาที่ทนทานกว่าและไม่เปลี่ยนแปลงมากตามกาลเวลา
วิธีเช็กทองแท้ทองปลอมที่ควรใช้ร่วมกับการดูสี
ตรวจสอบน้ำหนักและขนาด
ทองคำมีความหนาแน่นสูงมาก ประมาณ 19.3 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ทำให้ทองแท้รู้สึกหนักแน่นกว่าวัสดุอื่นที่มีขนาดเท่ากัน ถ้าทองชิ้นหนึ่งดูใหญ่แต่รู้สึกเบาผิดปกติเมื่อถือ นั่นเป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม วิธีดูทองแท้ทองปลอมเพิ่มเติมอ่านได้ที่ KTC – วิธีดูทองแท้ทองปลอมที่ควรรู้
ส่องตราประทับหรือโลโก้ร้านทอง
ทองแท้ที่ได้มาตรฐานควรมีตราประทับระบุค่าความบริสุทธิ์ เช่น 965 หรือ 9999 สำหรับทองไทย หรือ 18K 22K 24K สำหรับทองเค ควรดูด้วยแว่นขยายเพื่อความชัดเจน และตรวจสอบว่าตราที่เห็นตรงกับมาตรฐานที่ควรเป็นหรือไม่
ทดสอบด้วยแม่เหล็ก
ทองคำแท้ไม่มีคุณสมบัติแม่เหล็กและไม่ดูดติดแม่เหล็ก ถ้านำแม่เหล็กแรงสูงไปใกล้แล้วทองถูกดูดหรือมีปฏิกิริยา แสดงว่ามีโลหะที่มีคุณสมบัติแม่เหล็กเป็นส่วนประกอบ แต่วิธีนี้เป็นแค่การคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น เพราะโลหะอื่นหลายชนิดก็ไม่ดูดแม่เหล็กแต่ไม่ใช่ทองคำ
ตรวจสอบด้วยกรดไนตริกอย่างระมัดระวัง
การทดสอบด้วยกรดไนตริกเป็นวิธีที่ร้านทองใช้กัน โดยทองแท้มักไม่เกิดปฏิกิริยาหรือเปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสกรด ในขณะที่โลหะอื่นมักเกิดปฏิกิริยาชัดเจน อย่างไรก็ตามควรให้ผู้เชี่ยวชาญหรือร้านทองดำเนินการ เพราะกรดไนตริกเป็นสารเคมีอันตราย
หลีกเลี่ยงการกัดทองเพื่อทดสอบ
การกัดทองเพื่อตรวจสอบความแข็งเป็นวิธีที่ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้ทองเสียหายและเกิดรอยที่ลดมูลค่าลงไป โดยเฉพาะทองรูปพรรณที่มีค่ากำเหน็จสูง
จุดที่ควรตรวจเป็นพิเศษเมื่อสงสัยว่าทองปลอม
บริเวณขอบและมุมของเครื่องประดับ
ขอบและมุมของเครื่องประดับเป็นจุดที่สึกหรอเร็วที่สุดจากการเสียดสีกับผิวหนังและเสื้อผ้า ทองชุบมักเผยให้เห็นสีโลหะด้านในจากจุดเหล่านี้ก่อนส่วนอื่น ถ้าเห็นสีเงิน ทองแดง หรือสีเทาโผล่มาที่ขอบหรือมุม ควรระวัง
บริเวณตะขอ ห่วง และข้อสร้อย
ส่วนประกอบที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยอย่างตะขอ ห่วง และข้อต่อของสร้อยจะสึกหรอเร็วกว่าส่วนอื่น ทำให้เป็นจุดที่สังเกตรอยลอกหรือสีที่ไม่สม่ำเสมอได้ดีที่สุด ดูด้วยแว่นขยายจะเห็นความผิดปกติได้ชัดกว่า
รอยขีดข่วนหรือผิวที่หลุดลอก
สัญญาณที่ชัดที่สุดว่าเป็นทองปลอมคือการเห็นชั้นโลหะสีต่างออกไปโผล่มาตามรอยขีดข่วนหรือบริเวณที่ผิวเคลือบหลุดลอก ทองแท้ไม่มีชั้นเคลือบและมีสีเหมือนกันตลอดทั้งเนื้อ
น้ำหนักที่ไม่สัมพันธ์กับขนาด
ถือทองชิ้นนั้นแล้วลองประเมินว่าน้ำหนักสมเหตุสมผลกับขนาดหรือไม่ ทองแท้ที่ดูใหญ่พอสมควรควรรู้สึกหนักแน่น ถ้ารู้สึกเบาเกินไปอาจหมายความว่าเป็นโลหะเบาที่ชุบผิวทอง หรือเป็นทองกลวงที่มีเนื้อทองน้อยกว่าที่เห็น
ข้อควรระวังเมื่อซื้อทองออนไลน์
อย่าตัดสินจากรูปภาพหรือสีในหน้าจอเท่านั้น
รูปภาพในหน้าเว็บหรือโซเชียลมีเดียสามารถปรับแต่งแสง สี และฟิลเตอร์ได้ง่าย ทองปลอมที่ถ่ายด้วยแสงและมุมกล้องที่ดีอาจดูเหมือนทองแท้ในรูปภาพ การตัดสินจากสีในหน้าจอเพียงอย่างเดียวจึงอันตรายมากสำหรับการซื้อทองออนไลน์
ตรวจสอบข้อมูลผู้ขายและแหล่งที่มา
ควรเลือกซื้อจากร้านทองที่มีชื่อเสียง มีหน้าร้านจริง หรือเป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำที่ตรวจสอบได้ หลีกเลี่ยงการซื้อจากผู้ขายที่ไม่มีข้อมูลชัดเจนหรือราคาต่ำกว่าตลาดอย่างผิดปกติ
ดูรายละเอียดเปอร์เซ็นต์ทองและน้ำหนัก
ข้อมูลสำคัญที่ต้องมีในการซื้อทองออนไลน์คือเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของทอง น้ำหนักเป็นกรัมหรือบาท และราคาที่สอดคล้องกับราคาทองตลาดในวันนั้น ถ้าข้อมูลเหล่านี้ไม่ครบหรือไม่ชัดเจนควรหลีกเลี่ยง
ขอใบรับประกันหรือหลักฐานการซื้อขาย
ใบเสร็จ ใบรับประกัน หรือเอกสารยืนยันการซื้อที่ระบุรายละเอียดชิ้นงานครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่หลักฐานทางกฎหมาย แต่ยังช่วยยืนยันข้อมูลสินค้าเมื่อต้องการขายคืนหรือตรวจสอบในภายหลัง
ทองแท้เปลี่ยนสีได้ไหม
ทองแท้กับคราบจากการใช้งาน
ทองแท้ 96.5% หรือ 99.9% ไม่ควรเปลี่ยนสีจากการใช้งานปกติ แต่อาจดูหม่นลงชั่วคราวจากสิ่งสกปรก เหงื่อ น้ำ หรือสารเคมีในเครื่องสำอางที่สะสมบนผิวทอง การล้างด้วยน้ำสะอาดและเช็ดด้วยผ้านุ่มมักช่วยให้ทองกลับมาเงางามได้ วิธีดูแลทองและสังเกตความแตกต่างอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ – วิธีดูแลทองและสังเกตความแตกต่าง
ทองเปอร์เซ็นต์ต่ำกับการเปลี่ยนสี
ทองที่มีโลหะผสมสูง เช่น ทอง 18K หรือต่ำกว่า อาจมีการเปลี่ยนสีได้มากกว่าทองบริสุทธิ์สูง เพราะโลหะผสมอย่างทองแดงหรือเงินอาจทำปฏิกิริยากับสภาพแวดล้อม ออกซิเดชัน หรือสารเคมีได้ง่ายกว่า
ทองชุบกับปัญหาสีลอก
นี่คือความต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างทองแท้กับทองปลอม ทองชุบหรือทองปลอมมักเห็นการลอก ซีด หรือเปลี่ยนสีอย่างชัดเจนภายในไม่กี่เดือนของการใช้งาน ในขณะที่ทองแท้ไม่มีชั้นเคลือบและมีสีคงทนตลอดอายุการใช้งาน
ควรทำอย่างไรหากไม่แน่ใจว่าเป็นทองแท้หรือทองปลอม
นำไปตรวจที่ร้านทองที่น่าเชื่อถือ
วิธีที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ที่ไม่มีเครื่องมือเฉพาะทาง ร้านทองสามารถใช้เครื่องชั่งน้ำหนัก หินทดสอบ กรด หรือเครื่องวิเคราะห์ XRF เพื่อยืนยันค่าความบริสุทธิ์ได้แม่นยำโดยไม่ทำลายชิ้นงาน วิธีตรวจทองแท้เพิ่มเติมอ่านได้ที่ Sanook – วิธีตรวจสอบทองแท้ทองปลอม
ใช้เครื่องมือตรวจสอบมาตรฐาน
สำหรับทองที่มีมูลค่าสูงหรือทองที่ต้องการใช้ลงทุน การลงทุนในการตรวจสอบด้วยเครื่องมือมาตรฐาน เช่น เครื่อง XRF Analyzer ที่วิเคราะห์ส่วนผสมโลหะได้โดยไม่ทำให้เสียหาย เป็นค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
หลีกเลี่ยงการทดสอบที่เสี่ยงทำให้ทองเสียหาย
ไม่ควรขูด กัด หรือใช้สารเคมีทดสอบเองหากไม่มีความชำนาญ เพราะอาจทำให้ทองเสียรูปหรือเกิดรอยที่ลดมูลค่าได้ โดยเฉพาะกับทองรูปพรรณที่มีลวดลายหรืองานฝีมือที่มีค่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสีทองแท้กับทองปลอม
ทองแท้ต้องสีเหลืองสดเสมอไหม
ไม่เสมอไป สีของทองแท้ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ทองและชนิดของโลหะผสม ทอง Rose Gold จะมีสีชมพูจากทองแดง ทอง White Gold จะออกขาว ทอง 96.5% จะมีสีเหลืองทองมาตรฐาน และทอง 99.9% จะมีสีเหลืองสดกว่า การดูสีเพียงอย่างเดียวจึงบอกได้แค่ว่าอาจเป็นทองชนิดใด ไม่ใช่การยืนยันว่าเป็นทองแท้
ทองปลอมดูเหมือนทองแท้ได้ไหม
ได้ โดยเฉพาะทองชุบคุณภาพสูงที่ในช่วงแรกของการใช้งานอาจดูแทบไม่ต่างจากทองแท้ สัญญาณที่บอกความแตกต่างมักปรากฏเมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะ เช่น รอยลอก สีที่ไม่สม่ำเสมอ หรือน้ำหนักที่ไม่สัมพันธ์กับขนาด
ทองแท้ติดแม่เหล็กหรือไม่
ทองแท้ไม่ติดแม่เหล็ก เพราะทองคำไม่มีคุณสมบัติแม่เหล็กตามธรรมชาติ ถ้าทองที่สงสัยดูดติดแม่เหล็ก แสดงว่ามีโลหะที่มีคุณสมบัติแม่เหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งไม่ใช่ทองแท้แน่นอน แต่ถ้าไม่ดูดแม่เหล็กก็ยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นทองแท้ 100%
ดูสีอย่างเดียวรู้ได้ไหมว่าเป็นทองแท้
ไม่ควรใช้สีเพียงอย่างเดียวในการตัดสิน ควรตรวจสอบร่วมกับน้ำหนัก ตราประทับ การทดสอบด้วยแม่เหล็ก และควรนำไปให้ร้านทองตรวจสอบยืนยันสำหรับทองที่มีมูลค่าสูง สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อทองคำโดยมั่นใจในความแท้และราคาที่โปร่งใส SBK Gold คือแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำแท่งออนไลน์แบบเรียลไทม์ที่ให้ราคาอ้างอิงตลาดและรับประกันมาตรฐานทองคำ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่อยากเสี่ยงกับความไม่แน่นอนของทองที่ซื้อจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
สรุปสีทองแท้กับทองปลอม ดูอย่างไรให้มั่นใจก่อนซื้อ
สีช่วยคัดกรองเบื้องต้น แต่ไม่ใช่หลักฐานยืนยันทั้งหมด
การสังเกตสีทองเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่เพียงพอสำหรับการยืนยันว่าเป็นทองแท้ เพราะทองปลอมสามารถชุบให้มีสีคล้ายทองแท้ได้ในช่วงแรก สัญญาณที่บ่งบอกความแตกต่างมักเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อผ่านการใช้งานหรือเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด
ควรตรวจสอบร่วมกับน้ำหนัก ตราประทับ และแหล่งที่มา
การใช้หลายวิธีร่วมกันช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อทองปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการดูสี ตรวจน้ำหนัก ส่องตราประทับ ทดสอบด้วยแม่เหล็ก และตรวจสอบแหล่งที่มา
เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อความปลอดภัย
ไม่ว่าจะซื้อทองรูปพรรณ ทองแท่ง หรือทองออนไลน์ การเลือกซื้อจากร้านทองที่มีมาตรฐาน มีหลักฐานและเอกสารครบถ้วน และมีประวัติที่ตรวจสอบได้ คือวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงจากทองปลอม โดยไม่ต้องพึ่งพาทักษะการดูสีหรือทดสอบด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว

