Thai ESG คืออะไร กองทุนลดหย่อนภาษีเพื่อความยั่งยืนที่นักลงทุนควรรู้

ถ้าคุณเคยใช้สิทธิ RMF หรือ SSF จนเต็มวงเงินแล้วและยังอยากลดหย่อนภาษีได้อีก หรือต้องการลงทุนในธุรกิจที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไทย Thai ESG คือกองทุนที่น่าสนใจมากในปัจจุบัน เพราะมีวงเงินลดหย่อนภาษีแยกต่างหากจากกองทุนเกษียณอื่น ๆ และมีระยะเวลาถือครองสั้นกว่า SSF

บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับ Thai ESG ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไขภาษี วิธีเปรียบเทียบกับกองทุนอื่น ไปจนถึงวิธีเลือกกองทุนที่เหมาะกับตัวเอง

  1. Thai ESG คืออะไร
    1. ความหมายของ Thai ESG
    2. ทำไม Thai ESG จึงถูกจัดเป็นกองทุนลดหย่อนภาษี
    3. Thai ESG ต่างจากกองทุนทั่วไปอย่างไร
  2. Thai ESG ลงทุนในอะไรบ้าง
    1. หุ้นไทยที่ให้ความสำคัญกับ ESG
    2. หุ้นในกลุ่ม SET ESG Ratings
    3. ตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน
    4. ความหมายของ ESG ในการลงทุน
  3. Thai ESG ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่
    1. วงเงินลดหย่อนสูงสุดของ Thai ESG
    2. ไม่มีเงินลงทุนขั้นต่ำ
    3. ซื้อปีไหนใช้สิทธิ์ลดหย่อนปีนั้น
    4. วงเงิน Thai ESG แยกจากกองทุนเกษียณ
  4. เงื่อนไขการถือครอง Thai ESG
    1. ต้องถือครอง 5 ปีเต็ม
    2. ไม่ได้นับแบบปีปฏิทิน
    3. ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
    4. ขายก่อนครบเงื่อนไขมีผลอย่างไร
  5. Thai ESG ต่างจาก SSF และ RMF อย่างไร
    1. ความเหมือนของ Thai ESG, SSF และ RMF
    2. เปรียบเทียบระยะเวลาถือครอง
    3. เปรียบเทียบสินทรัพย์ที่ลงทุน
    4. เปรียบเทียบเงื่อนไขการซื้อต่อเนื่อง
  6. Thai ESG เหมาะกับใคร
    1. ผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม
    2. ผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจไทยด้านความยั่งยืน
    3. ผู้ที่ไม่ต้องการถือ SSF นาน 10 ปี
    4. ผู้ที่ยังไม่อยากลงทุน RMF
    5. ผู้ที่มีฐานภาษีสูง
  7. ข้อดีของ Thai ESG
    1. ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม
    2. ถือครองสั้นกว่า SSF
    3. ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
    4. สนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
    5. แยกวงเงินจากกลุ่มกองทุนเกษียณ
  8. ข้อควรระวังก่อนซื้อ Thai ESG
    1. กองทุนรวมไม่ใช่เงินฝาก
    2. มีความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดไทย
    3. ต้องถือให้ครบตามเงื่อนไขภาษี
    4. ผลตอบแทนไม่การันตี
    5. ควรอ่านหนังสือชี้ชวนก่อนลงทุน
  9. วิธีเลือกกองทุน Thai ESG ให้เหมาะกับตัวเอง
    1. ดูนโยบายการลงทุน
    2. ดูระดับความเสี่ยงของกองทุน
    3. ดูค่าธรรมเนียมกองทุน
    4. ดูผลการดำเนินงานและแนวทางบริหาร
    5. เลือกให้สอดคล้องกับเป้าหมายภาษี
  10. วิธีคำนวณวงเงินซื้อ Thai ESG เบื้องต้น
    1. คำนวณจากรายได้ทั้งปี
    2. ตรวจเพดานสูงสุด 300,000 บาท
    3. ดูสิทธิ์ลดหย่อนอื่นร่วมด้วย
    4. ซื้อเท่าที่เหมาะกับสภาพคล่อง
  11. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Thai ESG
    1. Thai ESG คืออะไร
    2. Thai ESG ลดหย่อนได้เท่าไหร่
    3. Thai ESG ต้องถือกี่ปี
    4. Thai ESG ต้องซื้อทุกปีไหม
    5. Thai ESG ต่างจาก RMF อย่างไร
    6. Thai ESG เหมาะกับมือใหม่ไหม

Thai ESG คืออะไร

ความหมายของ Thai ESG

Thai ESG หรือชื่อเต็มว่า Thailand ESG Fund คือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนที่ลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศไทยตามหลักการ ESG ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล พร้อมกันนั้นยังให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแก่ผู้ลงทุนตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด รายละเอียดหลักเกณฑ์ภาษีของ Thai ESG อ่านได้ที่ กรมสรรพากร – เงื่อนไขภาษี Thai ESG

ทำไม Thai ESG จึงถูกจัดเป็นกองทุนลดหย่อนภาษี

กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้ลงทุนสามารถนำเงินลงทุนใน Thai ESG ที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขไปใช้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ในปีภาษีที่ซื้อ ซึ่งเป็นสิทธิ์เพิ่มเติมจากกองทุนเกษียณอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว ทำให้ Thai ESG เป็นเครื่องมือวางแผนภาษีที่นักลงทุนให้ความสนใจมาก

Thai ESG ต่างจากกองทุนทั่วไปอย่างไร

กองทุนทั่วไปลงทุนเพื่อผลตอบแทนเป็นหลักโดยไม่มีเงื่อนไขภาษีผูกพัน ส่วน Thai ESG มีสามสิ่งที่แตกต่างชัดเจนคือ เน้นลงทุนเฉพาะสินทรัพย์ไทยที่ผ่านเกณฑ์ ESG ให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไข และมีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาถือครองขั้นต่ำ

Thai ESG ลงทุนในอะไรบ้าง

หุ้นไทยที่ให้ความสำคัญกับ ESG

กองทุน Thai ESG สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ผ่านเกณฑ์การประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล บริษัทเหล่านี้มักมีนโยบายด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอน การดูแลพนักงาน และการมีระบบการกำกับดูแลที่โปร่งใส

หุ้นในกลุ่ม SET ESG Ratings

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีระบบประเมิน SET ESG Ratings ที่จัดระดับบริษัทจดทะเบียนตามมาตรฐาน ESG ซึ่งผู้จัดการกองทุน Thai ESG มักใช้เป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือกหลักทรัพย์เข้าพอร์ต รายชื่อกองทุน Thai ESG ที่ได้รับการรับรองดูได้ที่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ – รายชื่อกองทุน Thai ESG

READ  ซื้อกองทุนผ่านบัตรเครดิต ทำอย่างไร ใช้บัตรไหนได้ และต้องรู้เงื่อนไขอะไรบ้าง

ตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน

กองทุน Thai ESG ยังสามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เช่น:

  • Green Bond – ตราสารหนี้ที่ระดมทุนเพื่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานหมุนเวียน ระบบขนส่งสะอาด
  • Social Bond – ตราสารหนี้เพื่อโครงการพัฒนาสังคม เช่น ที่อยู่อาศัยราคาเข้าถึงได้ โครงการสุขภาพ
  • Sustainability Bond – ตราสารหนี้ที่รวมวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้าด้วยกัน

ความหมายของ ESG ในการลงทุน

ESG ย่อมาจากสามมิติหลักที่ใช้ประเมินความยั่งยืนของธุรกิจ ได้แก่ E – Environmental คือการดูแลสิ่งแวดล้อม S – Social คือความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย และ G – Governance คือบรรษัทภิบาลและความโปร่งใสในการบริหารจัดการ การลงทุนตาม ESG เชื่อว่าบริษัทที่มีคะแนน ESG สูงมักมีความเสี่ยงต่ำกว่าและเติบโตได้ยั่งยืนในระยะยาว

Thai ESG ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่

วงเงินลดหย่อนสูงสุดของ Thai ESG

ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปี และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ตัวอย่างเช่น ถ้ารายได้ทั้งปีคือ 800,000 บาท 30% คือ 240,000 บาท ซึ่งน้อยกว่าเพดาน 300,000 บาท ดังนั้นลดหย่อนได้สูงสุด 240,000 บาท แต่ถ้ารายได้ทั้งปีเกิน 1 ล้านบาท เพดาน 300,000 บาทจะเป็นตัวจำกัด

ไม่มีเงินลงทุนขั้นต่ำ

ผู้ลงทุนสามารถลงทุนตามกำลังเงินและเป้าหมายภาษีของตนเองได้โดยไม่มีขั้นต่ำกำหนดจากมุมมองภาษี แต่กองทุนแต่ละกองอาจมีเงินลงทุนขั้นต่ำตามนโยบายของบริษัทจัดการกองทุน ควรตรวจสอบกับกองทุนที่สนใจโดยตรง

ซื้อปีไหนใช้สิทธิ์ลดหย่อนปีนั้น

เงินลงทุนใน Thai ESG ในปีภาษีไหนสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีในปีภาษีนั้นได้ทันที ไม่ต้องรอหรือสะสมข้ามปี ทำให้วางแผนภาษีได้ง่ายและเห็นผลชัดเจนในปีที่ซื้อ

วงเงิน Thai ESG แยกจากกองทุนเกษียณ

นี่คือจุดที่ทำให้ Thai ESG น่าสนใจมาก เพราะวงเงินลดหย่อน 300,000 บาทของ Thai ESG ไม่ถูกนับรวมกับวงเงินของ SSF, RMF, PVD, กบข., กอช. และประกันชีวิตแบบบำนาญ ทำให้ผู้ที่ใช้สิทธิ์กองทุนเกษียณเต็มแล้วยังสามารถลดหย่อนภาษีได้เพิ่มอีก

เงื่อนไขการถือครอง Thai ESG

ต้องถือครอง 5 ปีเต็ม

ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุน Thai ESG ไว้อย่างน้อย 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ เพื่อรักษาสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ใช้ไปในปีที่ซื้อ

ไม่ได้นับแบบปีปฏิทิน

ระวัง: ระยะเวลา 5 ปีนับแบบวันชนวัน ไม่ใช่ปีปฏิทิน ตัวอย่างเช่น ซื้อวันที่ 15 ธันวาคม 2567 ต้องถือครองจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2572 ถึงจะครบเงื่อนไข ไม่ใช่แค่ข้ามปีหรือสิ้นปี 2572

ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี

ต่างจาก RMF ที่มีเงื่อนไขซื้อต่อเนื่อง Thai ESG ให้ผู้ลงทุนเลือกซื้อเฉพาะปีที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ ถ้าปีไหนไม่อยากซื้อก็ไม่ต้องซื้อ โดยไม่เสียสิทธิ์ของปีอื่น

ขายก่อนครบเงื่อนไขมีผลอย่างไร

ถ้าขายหน่วยลงทุนก่อนครบ 5 ปีวันชนวัน อาจต้องคืนสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่เคยใช้ไปทั้งหมดและอาจต้องชำระภาษีพร้อมเบี้ยปรับตามกฎหมาย ดังนั้นก่อนลงทุนต้องมั่นใจว่าไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนนั้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า

Thai ESG ต่างจาก SSF และ RMF อย่างไร

ประเด็น Thai ESG SSF RMF
วงเงินลดหย่อนสูงสุด 300,000 บาท 200,000 บาท (รวมวงเงินกลุ่มเกษียณ) 500,000 บาท (รวมวงเงินกลุ่มเกษียณ)
ระยะเวลาถือครอง 5 ปี (วันชนวัน) 10 ปี (วันชนวัน) ถึงอายุ 55 ปี และถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี
ซื้อต่อเนื่องทุกปี ไม่บังคับ ไม่บังคับ บังคับซื้อทุกปีหรือปีเว้นปี
สินทรัพย์ที่ลงทุน หุ้นและตราสารหนี้ไทยด้าน ESG เท่านั้น หลากหลาย รวมต่างประเทศ หลากหลาย รวมต่างประเทศ
วงเงินนับรวมกลุ่มเกษียณ ไม่นับรวม (แยกต่างหาก) นับรวม นับรวม

ความเหมือนของ Thai ESG, SSF และ RMF

ทั้งสามประเภทล้วนเป็นกองทุนรวมที่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ มีเงื่อนไขการถือครองขั้นต่ำ และถ้าขายก่อนกำหนดจะมีผลต่อสิทธิ์ภาษีที่เคยใช้ไป

เปรียบเทียบระยะเวลาถือครอง

Thai ESG ถือสั้นที่สุดในสามประเภทที่ 5 ปีวันชนวัน SSF ต้องถือ 10 ปีวันชนวัน ส่วน RMF ต้องถือจนอายุ 55 ปีและไม่น้อยกว่า 5 ปี ทำให้ Thai ESG มีความยืดหยุ่นสูงกว่าในเรื่องระยะเวลา

เปรียบเทียบสินทรัพย์ที่ลงทุน

Thai ESG ลงทุนได้เฉพาะในสินทรัพย์ไทยที่ผ่านเกณฑ์ ESG ซึ่งมีขอบเขตแคบกว่า SSF และ RMF ที่ลงทุนได้หลากหลาย ทั้งหุ้นต่างประเทศ กองทุนรวม และตราสารหนี้หลายประเภท

เปรียบเทียบเงื่อนไขการซื้อต่อเนื่อง

Thai ESG และ SSF ไม่บังคับซื้อทุกปี ส่วน RMF มีกฎที่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปีหรือปีเว้นปี การไม่ซื้อ RMF ติดกัน 2 ปีอาจทำให้เสียสิทธิ์ทั้งหมด ดังนั้น Thai ESG จึงให้ความยืดหยุ่นสูงกว่า RMF ในด้านนี้ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena – Thai ESG คืออะไรและเงื่อนไขสำคัญ

READ  การออมทองดีไหม สรุปข้อดีข้อเสียก่อนเริ่มสะสมทอง

Thai ESG เหมาะกับใคร

ผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม

เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ใช้สิทธิ์จากกองทุนกลุ่มเกษียณหรือประกันชีวิตไปแล้วและยังต้องการลดหย่อนเพิ่ม Thai ESG ให้วงเงินแยกต่างหาก 300,000 บาทที่ไม่กระทบสิทธิ์ที่ใช้ไปแล้ว

ผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจไทยด้านความยั่งยืน

เหมาะกับผู้ที่เชื่อว่าบริษัทไทยที่มีคะแนน ESG สูงมีโอกาสเติบโตในระยะยาว และต้องการให้เงินลงทุนของตัวเองสนับสนุนธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

ผู้ที่ไม่ต้องการถือ SSF นาน 10 ปี

สำหรับผู้ที่อยากได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีแต่รู้สึกว่าการล็อกเงินไว้ 10 ปีกับ SSF นานเกินไป Thai ESG ที่ถือเพียง 5 ปีให้ความยืดหยุ่นมากกว่า

ผู้ที่ยังไม่อยากลงทุน RMF

สำหรับคนที่ยังอายุน้อยและรู้สึกว่าการผูกเงื่อนไขถือครองจนอายุ 55 ปีของ RMF เป็นภาระมากเกินไป Thai ESG ให้ทางเลือกที่มีเงื่อนไขชัดเจนกว่า

ผู้ที่มีฐานภาษีสูง

ยิ่งฐานภาษีสูงเท่าไหร่ ประโยชน์จากการลดหย่อนผ่าน Thai ESG ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่อยู่ในฐานภาษี 30–35% จะได้ประโยชน์จากวงเงิน 300,000 บาทมากกว่าผู้ที่เสียภาษีในอัตราต่ำกว่า

ข้อดีของ Thai ESG

ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม

Thai ESG เปิดให้ผู้ลงทุนมีช่องทางลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมที่ไม่กระทบวงเงินกลุ่มเกษียณ ทำให้สามารถวางแผนภาษีได้ครอบคลุมกว่าเดิม

ถือครองสั้นกว่า SSF

ระยะเวลา 5 ปีเต็มสั้นกว่า SSF ถึงสองเท่า ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้เงินในอนาคตมากกว่า

ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี

ซื้อเฉพาะปีที่ต้องการใช้สิทธิ์ได้โดยไม่เสียสิทธิ์ปีอื่น ทำให้วางแผนการเงินได้ยืดหยุ่นกว่า RMF อย่างมาก

สนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

เงินลงทุนถูกนำไปสนับสนุนธุรกิจไทยที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนโลกในปัจจุบัน

แยกวงเงินจากกลุ่มกองทุนเกษียณ

ผู้ที่ใช้ RMF, SSF, PVD, กบข., กอช. และประกันบำนาญจนเต็มเพดานแล้ว ยังสามารถใช้ Thai ESG ลดหย่อนได้อีก 300,000 บาท เปรียบเสมือน “วงเงินพิเศษ” ที่มอบให้เฉพาะสำหรับกองทุนประเภทนี้

ข้อควรระวังก่อนซื้อ Thai ESG

กองทุนรวมไม่ใช่เงินฝาก

สำคัญมาก: เงินลงทุนใน Thai ESG มีความเสี่ยงและมูลค่าอาจปรับขึ้นหรือลงได้ตามภาวะตลาด ไม่ได้รับประกันเงินต้นหรือผลตอบแทน

มีความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดไทย

เนื่องจาก Thai ESG เน้นลงทุนเฉพาะสินทรัพย์ไทย ผู้ลงทุนจึงมีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในประเทศ ถ้าตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง กองทุน Thai ESG ก็อาจได้รับผลกระทบโดยตรง

ต้องถือให้ครบตามเงื่อนไขภาษี

ถ้าจำเป็นต้องขายหน่วยลงทุนก่อนครบ 5 ปีวันชนวัน อาจต้องคืนสิทธิ์ลดหย่อนภาษีทั้งหมดที่เคยใช้ และอาจมีภาษีและเบี้ยปรับตามมา ดังนั้นควรลงทุนด้วยเงินที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ผลตอบแทนไม่การันตี

ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนในอนาคต ควรดูผลการดำเนินงานย้อนหลังเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ไม่ควรตัดสินใจจากตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียว

ควรอ่านหนังสือชี้ชวนก่อนลงทุน

หนังสือชี้ชวนระบุข้อมูลสำคัญครบถ้วน ทั้งนโยบายลงทุน ความเสี่ยง ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขภาษี การอ่านก่อนลงทุนช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าใจผิดหรือผิดเงื่อนไขโดยไม่ตั้งใจ

วิธีเลือกกองทุน Thai ESG ให้เหมาะกับตัวเอง

ดูนโยบายการลงทุน

กองทุน Thai ESG แต่ละกองมีนโยบายต่างกัน บางกองเน้นหุ้นล้วน บางกองผสมตราสารหนี้เพื่อลดความเสี่ยง และบางกองอาจมีสัดส่วน ESG Bond สูง ดูให้ตรงกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รายละเอียดกองทุน Thai ESG ของแต่ละบริษัทจัดการอ่านได้ที่ KAsset – กองทุน Thai ESG

ดูระดับความเสี่ยงของกองทุน

กองทุนที่เน้นหุ้นจะมีความผันผวนสูงกว่ากองทุนผสมหรือกองทุนตราสารหนี้ เลือกให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่รับได้จริงและระยะเวลา 5 ปีที่จะต้องถือ

ดูค่าธรรมเนียมกองทุน

ค่าธรรมเนียมบริหาร ค่าธรรมเนียมซื้อ และค่าธรรมเนียมขายมีผลต่อผลตอบแทนสุทธิในระยะยาว กองทุนที่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าจะให้ผลตอบแทนสุทธิสูงกว่าในระดับผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมเท่ากัน

ดูผลการดำเนินงานและแนวทางบริหาร

ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แต่ไม่ควรดูผลตอบแทนย้อนหลังเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาความสม่ำเสมอของผลตอบแทน ความผันผวน และกลยุทธ์การลงทุนของผู้จัดการกองทุนด้วย

เลือกให้สอดคล้องกับเป้าหมายภาษี

คำนวณก่อนว่าต้องการลดหย่อนเท่าไหร่ และลงทุนเพียงนั้น ไม่ควรลงทุนเกินกว่าที่ใช้ประโยชน์ภาษีได้จริง เพราะส่วนเกินไม่ได้ลดหย่อนเพิ่มและยังต้องล็อกเงินไว้ 5 ปีโดยไม่ได้ประโยชน์เพิ่มเติม

วิธีคำนวณวงเงินซื้อ Thai ESG เบื้องต้น

คำนวณจากรายได้ทั้งปี

สูตรเบื้องต้นคือนำรายได้พึงประเมินทั้งปีมาคูณด้วย 30% เพื่อหาวงเงินสูงสุดที่ใช้สิทธิ์ได้ ตัวอย่างเช่น:

  • รายได้ทั้งปี 600,000 บาท → ลดหย่อนได้สูงสุด 180,000 บาท (30% × 600,000)
  • รายได้ทั้งปี 800,000 บาท → ลดหย่อนได้สูงสุด 240,000 บาท (30% × 800,000)
  • รายได้ทั้งปี 1,200,000 บาท → ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท (ถูกจำกัดที่เพดาน 300,000 บาท)

ตรวจเพดานสูงสุด 300,000 บาท

แม้ 30% ของรายได้จะได้มากกว่า 300,000 บาท ก็ใช้สิทธิ์ได้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อปีภาษี

ดูสิทธิ์ลดหย่อนอื่นร่วมด้วย

ควรประเมินค่าลดหย่อนทั้งหมดของปีนั้นก่อน ทั้งค่าลดหย่อนส่วนตัว ครอบครัว ประกัน กองทุน และเงินบริจาค เพื่อให้เห็นว่าการเพิ่ม Thai ESG เข้าไปจะช่วยลดภาษีที่ต้องจ่ายจริงได้มากแค่ไหน

ซื้อเท่าที่เหมาะกับสภาพคล่อง

ไม่ควรซื้อเพียงเพราะต้องการประหยัดภาษีถ้าเงินลงทุนนั้นกระทบเงินสำรองฉุกเฉินหรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ควรลงทุนด้วยเงินส่วนเกินที่มั่นใจว่าไม่ต้องการในช่วง 5 ปีข้างหน้าเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Thai ESG

Thai ESG คืออะไร

Thai ESG หรือ Thailand ESG Fund คือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนที่ลงทุนในสินทรัพย์ไทยที่ผ่านเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล พร้อมให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีแก่ผู้ลงทุนตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

READ  ตราสารหนี้ ผลตอบแทนเป็นอย่างไร ลงทุนแบบไหนให้เหมาะกับภาวะดอกเบี้ย

Thai ESG ลดหย่อนได้เท่าไหร่

ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินทั้งปี และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยวงเงินนี้แยกจากวงเงินของ SSF, RMF และกองทุนเกษียณอื่น ๆ

Thai ESG ต้องถือกี่ปี

ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีนับจากวันที่ซื้อแบบวันชนวัน ไม่ใช่ปีปฏิทิน การขายก่อนครบกำหนดอาจต้องคืนสิทธิ์ลดหย่อนภาษีทั้งหมดที่เคยใช้ไป

Thai ESG ต้องซื้อทุกปีไหม

ไม่ต้องซื้อทุกปี สามารถเลือกซื้อเฉพาะปีที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ โดยไม่มีเงื่อนไขบังคับให้ซื้อต่อเนื่องเหมือน RMF

Thai ESG ต่างจาก RMF อย่างไร

Thai ESG ถือ 5 ปีวันชนวัน ไม่บังคับซื้อต่อเนื่อง และเน้นสินทรัพย์ไทยด้าน ESG ส่วน RMF ถือถึงอายุ 55 ปีพร้อมเงื่อนไขซื้อต่อเนื่อง และลงทุนได้หลากหลายกว่า

Thai ESG เหมาะกับมือใหม่ไหม

เหมาะได้ถ้าเข้าใจเงื่อนไขภาษีและระยะเวลาถือครองชัดเจน เลือกกองทุนให้ตรงกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ และมีเงินที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในช่วง 5 ปีข้างหน้า สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนก่อน

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตออกจากหุ้นและกองทุน ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงในพอร์ตและมักเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้นในช่วงที่ไม่แน่นอน SBK Gold คือแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำแท่งออนไลน์แบบเรียลไทม์ที่ให้คุณเริ่มสะสมทองได้ตั้งแต่หน่วยย่อย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างสินทรัพย์ที่ให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีและสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าในระยะยาว