สีทองมีกี่แบบ รู้จักทองสีต่าง ๆ และส่วนผสมที่ควรรู้ก่อนซื้อเครื่องประดับ

เวลาพูดถึงทองคำ หลายคนนึกถึงสีเหลืองทองคุ้นเคย แต่ความจริงแล้ว สีทอง ในเครื่องประดับมีหลายแบบมาก ตั้งแต่ทองขาว ทองชมพู ทองเขียว ไปจนถึงทองม่วง ซึ่งแต่ละสีเกิดจากการผสมทองคำกับโลหะชนิดต่าง ๆ ในสัดส่วนที่ต่างกัน

บทความนี้จะอธิบายว่าทองมีกี่สี แต่ละสีมาจากอะไร เหมาะกับใคร และควรรู้อะไรบ้างก่อนซื้อเครื่องประดับ

  1. สีทองคืออะไร และทำไมทองคำจึงมีหลายสี
    1. สีทองตามธรรมชาติของทองคำแท้
    2. ทำไมทองคำถึงเปลี่ยนสีได้
    3. การผสมโลหะมีประโยชน์อย่างไร
  2. สีทองกับเปอร์เซ็นต์ทองเกี่ยวข้องกันอย่างไร
    1. ทอง 96.5% คืออะไร
    2. ทอง 99.9% คืออะไร
    3. ทอง K คืออะไร
  3. ทองขาวคืออะไร
    1. ลักษณะของทองขาว
    2. ส่วนผสมของทองขาว
    3. ทองขาว 18K คืออะไร
    4. ทองขาวเหมาะกับเครื่องประดับแบบใด
  4. ทองเขียวคืออะไร
    1. ลักษณะของทองเขียว
    2. ส่วนผสมของทองเขียว
    3. ทองเขียว 18K คืออะไร
    4. ทองเขียวเหมาะกับการใช้งานแบบใด
  5. ทองชมพูหรือโรสโกลด์คืออะไร
    1. ลักษณะของทองชมพู
    2. ส่วนผสมของทองชมพู
    3. ทำไมโรสโกลด์จึงได้รับความนิยม
    4. เครื่องประดับที่นิยมใช้ทองชมพู
  6. ทองเหลืองในกลุ่มสีทองคืออะไร
    1. ลักษณะของทองเหลือง
    2. ส่วนผสมของทองเหลือง
    3. ทองเหลืองใช้ทำอะไรได้บ้าง
    4. ทองเหลืองต่างจากทองคำอย่างไร
  7. ทองม่วงคืออะไร
    1. ลักษณะของทองม่วง
    2. ส่วนผสมของทองม่วง
    3. การใช้งานของทองม่วง
    4. ทำไมทองม่วงจึงมีราคาสูงในบางกรณี
  8. สีทองแต่ละแบบเหมาะกับใคร
    1. ทองสีเหลืองเหมาะกับใคร
    2. ทองขาวเหมาะกับใคร
    3. ทองชมพูเหมาะกับใคร
    4. ทองเขียวและทองม่วงเหมาะกับใคร
  9. สีทองในเครื่องประดับส่งผลต่อราคาอย่างไร
    1. สัดส่วนทองคำมีผลต่อราคา
    2. โลหะผสมมีผลต่อมูลค่า
    3. งานออกแบบและความยากในการผลิตมีผลต่อราคา
    4. สีทองไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ใช้ประเมินราคา
  10. ข้อควรรู้ก่อนซื้อเครื่องประดับสีทอง
    1. ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองให้ชัดเจน
    2. เลือกสีทองให้เหมาะกับการใช้งาน
    3. แยกทองเครื่องประดับกับทองลงทุน
    4. ซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ
  11. สรุปสีทองมีกี่แบบ และควรเลือกแบบไหนดี
    1. สีทองมีหลายแบบตามส่วนผสมของโลหะ
    2. การเลือกสีทองควรดูทั้งความชอบและการใช้งาน
    3. ก่อนซื้อควรเข้าใจเปอร์เซ็นต์ทองและมูลค่า

สีทองคืออะไร และทำไมทองคำจึงมีหลายสี

สีทองตามธรรมชาติของทองคำแท้

ทองคำบริสุทธิ์ 99.9% หรือ 24K มีสีเหลืองทองสด แวววาว และนวลตามธรรมชาติ เป็นสีที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงทองคำ สีเหลืองนี้เกิดจากคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์เฉพาะตัวของธาตุทองคำ ซึ่งดูดซับแสงความยาวคลื่นสั้นและสะท้อนแสงสีเหลืองและส้มออกมา

ทำไมทองคำถึงเปลี่ยนสีได้

เมื่อนำทองคำไปผสมกับโลหะชนิดอื่น สีของทองจะเปลี่ยนไปตามชนิดและสัดส่วนของโลหะผสมที่ใช้ เช่น ผสมทองแดงได้สีชมพู ผสมเงินได้สีเขียว ผสมนิกเกิลหรือพาลาเดียมได้สีขาว ทำให้ทองคำสามารถผลิตออกมาได้หลายเฉดสีตามต้องการ

การผสมโลหะมีประโยชน์อย่างไร

นอกจากเรื่องสีแล้ว การผสมโลหะยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานให้กับทองคำด้วย เพราะทองคำบริสุทธิ์ 100% นั้นนิ่มมาก เสียรูปได้ง่าย และไม่เหมาะกับการนำไปทำเครื่องประดับที่ต้องสวมใส่ประจำวัน การผสมโลหะอื่นในสัดส่วนที่เหมาะสมจึงทำให้ได้ทองที่มีทั้งความสวยงามและความทนทาน

สีทองกับเปอร์เซ็นต์ทองเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ทอง 96.5% คืออะไร

ทอง 96.5% หรือที่บางครั้งเรียกว่าทอง 23K เป็นมาตรฐานทองคำที่นิยมมากในประเทศไทย มีความบริสุทธิ์สูงพอสำหรับการสะสมและลงทุน แต่มีโลหะผสม 3.5% ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้เหมาะกับการทำทองรูปพรรณและทองแท่ง ข้อมูลเรื่องทอง 96.5% อ่านเพิ่มเติมได้ที่ GoldTHB – ทอง 96.5% คืออะไร

ทอง 99.9% คืออะไร

ทอง 99.9% หรือ Fine Gold คือทองคำบริสุทธิ์สูงสุดที่ผลิตในเชิงอุตสาหกรรม มีสีเหลืองสดที่บริสุทธิ์กว่าทอง 96.5% แต่เนื้อทองนิ่มกว่ามาก เหมาะกับการลงทุนในรูปทองแท่งมากกว่าการนำมาทำเครื่องประดับที่ต้องใช้งานบ่อย

ทอง K คืออะไร

ทอง K (Karat) เป็นระบบบอกสัดส่วนทองคำในเครื่องประดับโดยใช้ 24 เป็นฐาน เช่น ทอง 24K มีทองคำ 100% ทอง 18K มีทองคำ 75% และโลหะอื่น 25% ทอง 14K มีทองคำ 58.5% ความแตกต่างของสัดส่วนทองส่งผลต่อทั้งสี ความแข็งแรง และราคาของเครื่องประดับ ข้อมูลทองสีต่าง ๆ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Ausiris – รู้จักสีทองและประเภทต่าง ๆ

ประเภท สัดส่วนทองคำ ตราประทับ ลักษณะ
ทอง 99.9% 99.9% 9999 บริสุทธิ์สูง นิ่ม เหมาะลงทุน
ทอง 96.5% 96.5% 965 มาตรฐานไทย เหมาะสวมใส่และลงทุน
ทอง 18K 75% 750 แข็งแกร่ง เหมาะงานจิวเวลรี่
ทอง 14K 58.5% 585 ทนทาน ราคาปานกลาง

ทองขาวคืออะไร

ลักษณะของทองขาว

ทองขาว (White Gold) คือทองคำที่ผสมกับโลหะสีขาว ทำให้ได้สีอ่อนและดูทันสมัยกว่าทองเหลืองแบบดั้งเดิม มีความนิยมสูงในกลุ่มเครื่องประดับจิวเวลรี่คุณภาพสูง โดยเฉพาะตัวเรือนเพชรและอัญมณี เพราะสีขาวช่วยเสริมความเงาและสีสันของอัญมณีให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ส่วนผสมของทองขาว

มักผสมทองคำกับนิกเกิล พาลาเดียม หรือแพลตตินัม เพื่อให้สีเปลี่ยนเป็นโทนขาว ในบางกรณีอาจมีการชุบผิวด้วยโรเดียม (Rhodium) เพิ่มเติมเพื่อให้สีขาวสดใสและเงาสม่ำเสมอยิ่งขึ้น ซึ่งอาจต้องชุบใหม่เป็นระยะเมื่อผิวเสื่อมสภาพ

ทองขาว 18K คืออะไร

ทองขาว 18K มีทองคำ 75% และโลหะอื่น 25% เป็นสัดส่วนที่นิยมที่สุดในงานจิวเวลรี่ระดับสูง เพราะมีความสมดุลระหว่างปริมาณทองคำที่เพียงพอและความแข็งแรงจากโลหะผสม

ทองขาวเหมาะกับเครื่องประดับแบบใด

นิยมใช้ทำแหวนหมั้น แหวนแต่งงาน ตัวเรือนเพชร จี้ และเครื่องประดับที่ต้องการความหรูหราและทันสมัย สีขาวของทองขาวช่วยให้อัญมณีดูโดดเด่นและสีสว่างกว่าตัวเรือนทองเหลืองแบบดั้งเดิม

ทองเขียวคืออะไร

ลักษณะของทองเขียว

ทองเขียว (Green Gold) มีสีออกเหลืองอมเขียว ไม่ใช่สีเขียวสดหรือเข้มเหมือนชื่อ สีที่ได้เป็นโทนเหลืองอ่อน ๆ ที่มีความเป็นเขียวเล็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากสีทองเหลืองแบบดั้งเดิมพอสังเกตได้ในการเปรียบเทียบ

READ  วิธีล้างทองให้เงางามเหมือนใหม่ พร้อมเคล็ดลับดูแลทองไม่ให้หมอง

ส่วนผสมของทองเขียว

เกิดจากการนำทองคำไปผสมกับเงินเป็นหลัก ยิ่งมีสัดส่วนเงินสูงสีก็จะออกเขียวหรือนวลมากขึ้น ที่น่าสนใจคือทองโบราณของไทยที่เรียกว่า “ทองสีดอกบวบ” หรือ “ทองนพคุณ” ก็มีลักษณะใกล้เคียงกับทองเขียวในแง่ที่มีสีเหลืองอมเขียวเป็นเอกลักษณ์

ทองเขียว 18K คืออะไร

โดยทั่วไปหมายถึงทองคำ 75% ผสมกับเงิน 25% ซึ่งทำให้สีทองเปลี่ยนเป็นโทนเขียวอ่อน เป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างหายากในตลาดเครื่องประดับทั่วไป มักพบในงานจิวเวลรี่เฉพาะทางหรือร้านที่รับทำเครื่องประดับตามสั่ง

ทองเขียวเหมาะกับการใช้งานแบบใด

เหมาะกับงานเครื่องประดับที่ต้องการความแตกต่างและเอกลักษณ์ มักนำมาใช้ร่วมกับทองสีอื่นในชิ้นงานเดียวกันเพื่อสร้างความหลากหลายของโทนสี

ทองชมพูหรือโรสโกลด์คืออะไร

ลักษณะของทองชมพู

ทองชมพู หรือ โรสโกลด์ (Rose Gold / Pink Gold) มีสีชมพูอมแดงที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน โรแมนติก และหรูหรา เป็นสีทองที่ได้รับความนิยมสูงมากในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องประดับแฟชั่นและสมาร์ทโฟนบางรุ่น รายละเอียดเรื่องโรสโกลด์และทองชมพูอ่านเพิ่มเติมได้ที่ NGG Jewellery – โรสโกลด์และทองชมพูต่างกันอย่างไร

ส่วนผสมของทองชมพู

เกิดจากการนำทองคำไปผสมกับทองแดง ยิ่งมีสัดส่วนทองแดงมากขึ้น สีก็จะยิ่งเข้มและออกแดงมากขึ้น เช่น ทอง 18K โรสโกลด์มักประกอบด้วยทองคำ 75% และทองแดง 25% หรืออาจมีเงินผสมเล็กน้อยเพื่อปรับโทนสี

ทำไมโรสโกลด์จึงได้รับความนิยม

โรสโกลด์มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดูทันสมัย เข้ากับผิวพรรณทุกโทน และดูแตกต่างจากทองเหลืองแบบดั้งเดิม ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มเครื่องประดับจิวเวลรี่ระดับสูงและเครื่องประดับแฟชั่นพร้อมกัน

เครื่องประดับที่นิยมใช้ทองชมพู

ได้แก่ แหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล จี้ ต่างหู และเครื่องประดับที่ฝังอัญมณีสีต่าง ๆ เช่น เพชร ทับทิม หรือพลอย ซึ่งโทนชมพูของโรสโกลด์ช่วยเสริมสีของอัญมณีได้อย่างลงตัว

ทองเหลืองในกลุ่มสีทองคืออะไร

ลักษณะของทองเหลือง

ทองเหลือง (Yellow Gold) ในบริบทเครื่องประดับหมายถึงทองคำที่ผสมโลหะในสัดส่วนที่ทำให้ยังคงโทนสีเหลืองแบบดั้งเดิมไว้ ซึ่งมีตั้งแต่สีเหลืองสว่างไปจนถึงเหลืองหม่นขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณโลหะผสม เป็นสีทองที่คลาสสิกและมีมานานที่สุด

ส่วนผสมของทองเหลือง

ทองเหลืองในงานจิวเวลรี่มักผสมทองแดงและเงินในสัดส่วนที่ทำให้ยังคงสีเหลืองทองไว้ ทั้งนี้ทองเหลืองในความหมายของโลหะทั่วไปคือทองแดงผสมสังกะสี ซึ่งไม่ใช่ทองคำ ควรแยกความหมายให้ชัดเจน

ทองเหลืองใช้ทำอะไรได้บ้าง

ทอง Yellow Gold ในงานเครื่องประดับเหมาะกับทุกรูปแบบ ทั้งแหวน สร้อย กำไล และต่างหู เป็นสีที่เข้ากับโทนผิวแวมอุ่นและให้ความรู้สึกหรูหราแบบดั้งเดิม

ทองเหลืองต่างจากทองคำอย่างไร

ระวัง: โลหะที่เรียกว่า “ทองเหลือง” ในชีวิตประจำวัน คือทองแดงผสมสังกะสี ไม่ใช่ทองคำ แต่มีสีเหลืองคล้ายกัน ควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนซื้อว่าเป็นทองคำแท้หรือโลหะทองเหลือง

ทองม่วงคืออะไร

ลักษณะของทองม่วง

ทองม่วง (Purple Gold / Amethyst Gold) เป็นทองคำที่มีโทนสีม่วงเป็นเอกลักษณ์ พบได้น้อยมากในตลาดเครื่องประดับทั่วไป เพราะกระบวนการผลิตมีความซับซ้อนและข้อจำกัดทางคุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุ

ส่วนผสมของทองม่วง

เกิดจากการผสมทองคำกับอะลูมิเนียมในสัดส่วนเฉพาะ โดยสารประกอบ AuAl₂ ที่เกิดขึ้นมีสีม่วง แต่วัสดุที่ได้มีความเปราะมาก จึงมักนำมาใช้เป็นส่วนตกแต่งในงานเครื่องประดับร่วมกับทองสีอื่นมากกว่าจะทำเป็นชิ้นงานทั้งชิ้น

การใช้งานของทองม่วง

มักใช้เป็นส่วนตกแต่งหรือลวดลายในงานเครื่องประดับที่ซับซ้อน ร่วมกับทองสีอื่น เพชร หรืออัญมณี เพื่อสร้างความหลากหลายของสีที่ดูพิเศษและมีเอกลักษณ์

ทำไมทองม่วงจึงมีราคาสูงในบางกรณี

เนื่องจากกระบวนการผลิตมีความยากและต้นทุนสูงกว่าทองสีอื่น ประกอบกับความหายากในตลาด ทำให้ชิ้นงานที่ใช้ทองม่วงมักมีราคาสูงและมักพบเฉพาะในร้านจิวเวลรี่พรีเมียม

สีทองแต่ละแบบเหมาะกับใคร

ทองสีเหลืองเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่ชอบความคลาสสิก สง่างาม และต้องการสีทองที่ใกล้เคียงทองคำดั้งเดิม Yellow Gold เข้ากับผิวพรรณโทนอุ่นได้ดีเป็นพิเศษ และดูหรูหราในแบบที่ไม่ตกยุค ข้อมูลเครื่องประดับทองสีต่าง ๆ เพิ่มเติมอ่านได้ที่ Above Diamond – รู้จักทองสีต่าง ๆ

ทองขาวเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่ชอบความเรียบหรู ทันสมัย และต้องการตัวเรือนที่เสริมความสวยงามของเพชรหรืออัญมณีสีต่าง ๆ ทองขาวเข้ากับทุกโทนผิวและให้ความรู้สึกสะอาดตา

ทองชมพูเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่ชอบโทนอ่อนหวาน โรแมนติก และต้องการเครื่องประดับที่ดูแตกต่างจากทองเหลืองหรือทองขาว โรสโกลด์ดูดีกับผิวพรรณทุกโทนและให้ความรู้สึกที่ดูทันสมัยและมีเอกลักษณ์

ทองเขียวและทองม่วงเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่ต้องการเครื่องประดับพิเศษ มีเอกลักษณ์ และแตกต่างจากสีทองทั่วไป มักเหมาะกับคนที่สนใจงานจิวเวลรี่ระดับสูงหรือของสะสมที่หายาก

สีทองในเครื่องประดับส่งผลต่อราคาอย่างไร

สัดส่วนทองคำมีผลต่อราคา

ทองที่มีเปอร์เซ็นต์ทองคำสูงกว่ามักมีราคาสูงกว่า เพราะมีปริมาณทองคำแท้มากกว่า ตัวอย่างเช่น ทอง 18K จะมีราคาสูงกว่าทอง 14K ถ้าน้ำหนักเท่ากัน เพราะมีทองคำแท้มากกว่า

โลหะผสมมีผลต่อมูลค่า

ชนิดของโลหะผสมก็มีผลต่อต้นทุน เช่น ทองขาวที่ผสมพาลาเดียมมักมีราคาสูงกว่าทองขาวที่ผสมนิกเกิล เพราะพาลาเดียมเป็นโลหะมีค่าที่ราคาสูงกว่า

งานออกแบบและความยากในการผลิตมีผลต่อราคา

ทองสีพิเศษอย่างทองม่วงหรือทองที่ต้องผ่านกระบวนการผลิตซับซ้อนกว่า มักมีราคาสูงกว่าทองสีธรรมดา เพราะต้นทุนการผลิตและความชำนาญของช่างที่ต้องใช้มากกว่า

สีทองไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ใช้ประเมินราคา

ควรพิจารณาร่วมกับเปอร์เซ็นต์ทอง น้ำหนัก ค่ากำเหน็จ อัญมณีที่ประดับ และความน่าเชื่อถือของร้านค้า เพราะทองสีเดียวกันแต่ต่างเปอร์เซ็นต์และน้ำหนักจะมีราคาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อควรรู้ก่อนซื้อเครื่องประดับสีทอง

ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองให้ชัดเจน

ควรรู้ว่าเครื่องประดับที่สนใจเป็นทองกี่ K หรือมีสัดส่วนทองคำเท่าใด โดยดูจากตราประทับบนตัวเครื่องประดับหรือสอบถามร้านค้าโดยตรง ข้อมูลนี้บอกทั้งมูลค่าและคุณสมบัติของสินค้า

เลือกสีทองให้เหมาะกับการใช้งาน

ควรเลือกจากสไตล์การแต่งตัว โอกาสใช้งาน และความชอบส่วนตัว ทองขาวเหมาะกับงานฉลองที่ต้องการความหรูหราเรียบ ทองเหลืองเหมาะกับงานแต่งตัวคลาสสิก และโรสโกลด์เหมาะกับสไตล์แฟชั่นร่วมสมัย

แยกทองเครื่องประดับกับทองลงทุน

ทองสีต่าง ๆ ในงานจิวเวลรี่ อย่างทอง 18K ขาว ชมพู หรือเขียว ส่วนใหญ่เน้นความสวยงามและการสวมใส่เป็นหลัก ถ้าต้องการลงทุนในทองคำเพื่อรักษามูลค่าและสภาพคล่องในการขายคืน ควรเลือกทองแท่งหรือทองรูปพรรณมาตรฐานไทย 96.5% สำหรับผู้ที่ต้องการสะสมทองคำแท่งออนไลน์ SBK Gold คือแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำแท่งแบบเรียลไทม์ที่ให้ราคาอ้างอิงตลาดและสามารถเริ่มสะสมได้ตั้งแต่หน่วยย่อย

ซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ

การซื้อจากร้านที่มีชื่อเสียงและตรวจสอบได้ช่วยให้มั่นใจเรื่องเปอร์เซ็นต์ทองที่ระบุ ส่วนผสมที่ถูกต้อง ราคาที่โปร่งใส และคุณภาพงานผลิตที่ได้มาตรฐาน

สรุปสีทองมีกี่แบบ และควรเลือกแบบไหนดี

สีทองมีหลายแบบตามส่วนผสมของโลหะ

ทองคำสามารถผสมกับโลหะต่าง ๆ เพื่อให้ได้สีที่หลากหลาย ได้แก่ ทองเหลือง (Yellow Gold) จากส่วนผสมมาตรฐาน ทองขาว (White Gold) จากนิกเกิลหรือพาลาเดียม ทองชมพูหรือโรสโกลด์ (Rose Gold) จากทองแดง ทองเขียว (Green Gold) จากเงิน และทองม่วง (Purple Gold) จากอะลูมิเนียม

READ  หุ้น 7 นางฟ้าคืออะไร รู้จัก Magnificent 7 กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐที่นักลงทุนจับตา

การเลือกสีทองควรดูทั้งความชอบและการใช้งาน

สีทองแต่ละแบบเหมาะกับสไตล์และโอกาสที่ต่างกัน ไม่มีสีไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับความชอบและวัตถุประสงค์การซื้อ

ก่อนซื้อควรเข้าใจเปอร์เซ็นต์ทองและมูลค่า

การรู้สัดส่วนทองคำ ส่วนผสม วัตถุประสงค์การซื้อ และแยกให้ออกระหว่างเครื่องประดับแฟชั่นกับทองลงทุน จะช่วยให้เลือกเครื่องประดับได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่ามากขึ้น