ในยุคที่ดอกเบี้ยเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศทาง หลายคนเริ่มหันมาพิจารณา ตราสารหนี้ มากขึ้น เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในช่วงที่ดอกเบี้ยปรับลดลง แต่การจะลงทุนให้ได้ผลจำเป็นต้องเข้าใจว่าผลตอบแทนมาจากไหน และปัจจัยอะไรที่กำหนดมูลค่าของตราสารหนี้
บทความนี้อธิบายหลักการสร้างผลตอบแทนของตราสารหนี้ ความสัมพันธ์กับ Bond Yield และดอกเบี้ย รวมถึงแนวทางการเลือกลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์ตลาด
- ตราสารหนี้ ผลตอบแทนคืออะไร
- ปัจจัยที่มีผลต่อผลตอบแทนตราสารหนี้
- ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนจากอะไรบ้าง
- ความสัมพันธ์ระหว่าง Bond Yield กับผลตอบแทนตราสารหนี้
- ตราสารหนี้ไทยน่าสนใจอย่างไรในภาวะดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศ
- เลือกลงทุนตราสารหนี้แบบไหนดี
- กองทุนตราสารหนี้ไทยเหมาะกับใคร
- วิธีประเมินผลตอบแทนกองทุนตราสารหนี้ก่อนลงทุน
- ความเสี่ยงของตราสารหนี้ที่ควรรู้
- กลยุทธ์ลงทุนตราสารหนี้เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม
- สรุป ตราสารหนี้ ผลตอบแทนคุ้มไหม และควรเริ่มอย่างไร
ตราสารหนี้ ผลตอบแทนคืออะไร
ความหมายของผลตอบแทนตราสารหนี้
ผลตอบแทนตราสารหนี้ มาจากสามแหล่งหลัก ได้แก่ ดอกเบี้ยที่ได้รับตามที่ตราสารกำหนด กำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงราคาตราสารเมื่อซื้อขายในตลาดรอง และผลตอบแทนสุทธิที่เกิดจากการบริหารพอร์ตของกองทุนตราสารหนี้ที่ปรับสัดส่วนตามภาวะตลาด ข้อมูลพื้นฐานตราสารหนี้อ่านได้ที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย – ตราสารหนี้คืออะไร
ตราสารหนี้ต่างจากเงินฝากอย่างไร
เงินฝากธนาคารให้ดอกเบี้ยแน่นอนและรับประกันเงินต้น ส่วนตราสารหนี้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากในบางช่วงเวลา แต่มูลค่าเงินลงทุนขึ้นลงได้ตามราคาตลาด และมีความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกตราสารด้วย
ทำไมผลตอบแทนตราสารหนี้จึงเปลี่ยนแปลงได้
ราคาตราสารหนี้ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ระดับ Bond Yield ในตลาด อายุเฉลี่ยของตราสาร และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้ผลตอบแทนรวมของตราสารหนี้ผันผวนได้แม้ดอกเบี้ยที่ระบุในตราสารจะไม่เปลี่ยนแปลง
ปัจจัยที่มีผลต่อผลตอบแทนตราสารหนี้
ทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย
ความสัมพันธ์ระหว่างดอกเบี้ยและราคาตราสารหนี้เป็นแบบผกผัน เมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ราคาตราสารหนี้มักมีโอกาสปรับขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มขึ้น ราคาตราสารหนี้มักถูกกดดัน ทำให้ทิศทางดอกเบี้ยเป็นตัวแปรที่นักลงทุนตราสารหนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
Bond Yield และราคาตราสารหนี้
Bond Yield กับราคาตราสารหนี้เคลื่อนไหวสวนทางกันเสมอ นี่คือหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่นักลงทุนตราสารหนี้ต้องจำขึ้นใจ เมื่อ Yield ปรับขึ้น ราคาตราสารที่ออกก่อนจะลดลง และเมื่อ Yield ปรับลง ราคาตราสารเดิมจะปรับขึ้น
อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้
ตราสารหนี้ที่มีอายุยาวกว่าจะอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยมากกว่า ในขณะที่ตราสารหนี้อายุสั้นผันผวนน้อยกว่าแต่มีโอกาสรับผลตอบแทนต่ำกว่าในช่วงที่ดอกเบี้ยลดลง
คุณภาพเครดิตของผู้ออกตราสาร
ตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตสูง เช่น พันธบัตรรัฐบาลหรือองค์กรที่ได้รับการจัดอันดับ Investment Grade มักมีความเสี่ยงต่ำกว่าแต่ผลตอบแทนก็น้อยกว่า ส่วนตราสารที่มีความเสี่ยงเครดิตสูงกว่าจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยง
ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนจากอะไรบ้าง
ดอกเบี้ยรับจากตราสารหนี้
ดอกเบี้ยหรือ Coupon ที่ระบุในตราสารคือผลตอบแทนพื้นฐานที่ผู้ลงทุนได้รับตลอดอายุตราสาร ซึ่งกำหนดเป็นอัตราร้อยละต่อปีของมูลค่าที่ตราไว้ เป็นส่วนที่แน่นอนและคาดเดาได้
ส่วนต่างราคาจากการซื้อขาย
หากราคาตราสารหนี้ในตลาดรองปรับขึ้นหลังจากซื้อมา ผู้ลงทุนหรือกองทุนที่ถือตราสารนั้นจะมีกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่ผันผวนตามภาวะตลาดและดอกเบี้ย
ผลตอบแทนจากการบริหารกองทุนตราสารหนี้
กองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีผู้จัดการกองทุนบริหารเชิงรุกสามารถปรับสัดส่วน ปรับอายุเฉลี่ย และเลือกตราสารที่เหมาะสมตามภาวะตลาด ซึ่งอาจช่วยสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มได้เหนือกว่าการถือตราสารแบบ Passive
ความสัมพันธ์ระหว่าง Bond Yield กับผลตอบแทนตราสารหนี้
Bond Yield คืออะไร
Bond Yield คืออัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ที่สะท้อนความคาดหวังของตลาดต่อดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ Yield ของพันธบัตรรัฐบาลระยะต่าง ๆ มักถูกใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงสำคัญสำหรับทั้งตลาดตราสารหนี้และตลาดการเงินโดยรวม ข้อมูล Yield to Maturity อ่านเพิ่มเติมได้ที่ SET Invest Now – Yield to Maturity คืออะไร
ทำไม Bond Yield ขึ้นแล้วราคากองทุนตราสารหนี้อาจลดลง
เมื่อ Yield ในตลาดปรับขึ้น ตราสารหนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยหน้าตั๋วต่ำกว่า Yield ใหม่จะน่าสนใจน้อยลง ทำให้ราคาปรับลดลงเพื่อให้ผลตอบแทนรวมแข่งขันกับตลาดได้ ซึ่งส่งผลให้มูลค่ากองทุนตราสารหนี้ลดลงด้วย
ทำไม Bond Yield ลงแล้วกองทุนตราสารหนี้มีโอกาสฟื้นตัว
เมื่อ Yield ปรับลดลง ตราสารหนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า Yield ใหม่จะน่าสนใจมากขึ้น ราคาจึงปรับขึ้น ทำให้กองทุนที่ถือตราสารเหล่านี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนสนใจตราสารหนี้ในช่วงที่คาดว่าดอกเบี้ยจะลดลง
ตราสารหนี้ไทยน่าสนใจอย่างไรในภาวะดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศ
สัญญาณจาก Bond Yield ไทย
เมื่อ Bond Yield ไทยปรับขึ้นไปถึงระดับที่ตลาดประเมินว่าน่าสนใจแล้วเริ่มมีสัญญาณคงที่หรือย่อลง อาจเป็นจังหวะที่นักลงทุนเริ่มพิจารณาตราสารหนี้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะไม่ปรับขึ้นอีกหรือมีโอกาสลดลง
สัญญาณ Fund Flow ในกองทุนตราสารหนี้ไทย
การที่เม็ดเงินเริ่มไหลกลับเข้ากองทุนตราสารหนี้ไทยระยะกลางถึงยาวอาจสะท้อนว่านักลงทุนสถาบันเริ่มมองโอกาสในตลาดตราสารหนี้มากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักลงทุนรายย่อยสามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้ ข้อมูลตราสารหนี้ไทยเพิ่มเติมดูได้ที่ Thai BMA – เครื่องมือวิเคราะห์ตราสารหนี้ไทย
เหตุผลที่ตราสารหนี้อายุปานกลางได้รับความสนใจ
ตราสารหนี้อายุปานกลาง (3–7 ปี) ให้ความสมดุลที่น่าสนใจ ได้รับประโยชน์จากการลดลงของ Yield มากพอสมควร แต่ผันผวนน้อยกว่าตราสารระยะยาว ทำให้เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนโดยควบคุมความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง
เลือกลงทุนตราสารหนี้แบบไหนดี
ตราสารหนี้ระยะสั้น
เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักเงินสำรอง รักษาสภาพคล่อง และลดความผันผวนในพอร์ต ผลตอบแทนไม่สูงมากแต่มูลค่าเงินลงทุนผันผวนน้อย เหมาะกับช่วงที่ยังไม่แน่ใจทิศทางดอกเบี้ย
ตราสารหนี้ระยะกลาง
เหมาะกับผู้ที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนมากกว่าระยะสั้น โดยยังควบคุมความผันผวนได้ในระดับที่ยอมรับได้ เหมาะกับช่วงที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มเสถียรหรือเริ่มมีสัญญาณลดลง
ตราสารหนี้ระยะยาว
เหมาะกับผู้ที่รับความผันผวนได้มากกว่าและต้องการโอกาสสูงสุดจากการปรับขึ้นของราคาเมื่อ Yield ลดลง แต่ต้องระวังว่าหากดอกเบี้ยกลับขึ้น มูลค่ากองทุนจะได้รับผลกระทบมากกว่า
กองทุนตราสารหนี้แบบบริหารเชิงรุก
เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผู้จัดการกองทุนติดตามตลาดและปรับพอร์ตตามภาวะแทน สามารถหาโอกาสจากทั้งการเปลี่ยนแปลงของ Yield และการเลือกตราสารที่มีคุณภาพดี
กองทุนตราสารหนี้ไทยเหมาะกับใคร
ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์เสี่ยง
ตราสารหนี้มักเคลื่อนไหวสวนทางหรือไม่สัมพันธ์กับหุ้นในช่วงวิกฤต ทำให้ช่วยลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ตได้ดีเมื่อนำมาผสมกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น
ผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอกว่าในระยะกลาง
เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและมีเสถียรภาพมากกว่าหุ้น แต่ยังต้องการโอกาสผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากในระยะกลาง พื้นฐานการลงทุนตราสารหนี้อ่านเพิ่มเติมได้ที่ KBank KWealth – พื้นฐานการลงทุนตราสารหนี้
ผู้ที่รับความเสี่ยงจากราคาตราสารหนี้ได้
แม้ตราสารหนี้จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นโดยทั่วไป แต่มูลค่าการลงทุนยังสามารถขึ้นลงได้ตามภาวะตลาด ผู้ลงทุนต้องเข้าใจและยอมรับความผันผวนนี้ได้ก่อนลงทุน
ผู้ที่ต้องการลงทุนควบคู่กับสิทธิลดหย่อนภาษี
บางกองทุนตราสารหนี้ที่อยู่ในกลุ่ม Thai ESG อาจให้สิทธิลดหย่อนภาษีควบคู่กัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการวางแผนภาษีในปีนั้นไปพร้อมกับลงทุนในตราสารหนี้
สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ตออกจากตราสารหนี้และสินทรัพย์ที่ผันผวนตามดอกเบี้ย ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มักเคลื่อนไหวแตกต่างจากตราสารหนี้และหุ้น SBK Gold คือแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำแท่งออนไลน์แบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้เริ่มสะสมทองได้ตั้งแต่หน่วยย่อย เหมาะสำหรับการเพิ่มสินทรัพย์ปลอดภัยในพอร์ตควบคู่กับตราสารหนี้
วิธีประเมินผลตอบแทนกองทุนตราสารหนี้ก่อนลงทุน
ดู Yield to Maturity
Yield to Maturity (YTM) คืออัตราผลตอบแทนที่คาดหวังหากถือตราสารหนี้จนครบกำหนดและไม่มีการผิดนัดชำระ ใช้เปรียบเทียบระหว่างตราสารหนี้ต่างชนิดหรือเทียบกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นเพื่อประเมินความคุ้มค่า
ดู Duration หรืออายุเฉลี่ยของกองทุน
Modified Duration ช่วยบอกว่าหาก Yield เปลี่ยนแปลง 1% มูลค่ากองทุนจะเปลี่ยนแปลงประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ Duration สูงหมายความว่ากองทุนอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยมากกว่า
ดูอันดับเครดิตเฉลี่ยของพอร์ต
ควรตรวจสอบสัดส่วนตราสารหนี้ที่จัดอยู่ในระดับ Investment Grade เทียบกับ High Yield เพราะสัดส่วนนี้บอกระดับความเสี่ยงด้านเครดิตของกองทุนโดยรวม
ดูนโยบายลงทุนต่างประเทศและการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
หากกองทุนลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ควรตรวจสอบสัดส่วนที่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) เพราะการไม่ป้องกันอาจทำให้ผลตอบแทนขึ้นหรือลงจากค่าเงินบาทแทนที่จะมาจากตัวตราสารหนี้เอง
ความเสี่ยงของตราสารหนี้ที่ควรรู้
ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย
นี่คือความเสี่ยงหลักของตราสารหนี้ที่นักลงทุนมักพลาดคิด เมื่อดอกเบี้ยหรือ Bond Yield ปรับขึ้นโดยไม่คาดคิด ราคาตราสารหนี้จะลดลงและกระทบมูลค่ากองทุนทันที
ความเสี่ยงด้านเครดิต
หากผู้ออกตราสารหนี้มีฐานะการเงินอ่อนแอลงหรือผิดนัดชำระหนี้ ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินคืนไม่ครบหรือล่าช้า ความเสี่ยงนี้สูงกว่าในตราสารหนี้เอกชนที่มีอันดับเครดิตต่ำกว่าพันธบัตรรัฐบาล
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
ตราสารหนี้บางประเภทอาจซื้อขายได้ยากในช่วงที่ตลาดมีความกังวลสูง ทำให้ราคาอาจต่ำกว่ามูลค่าที่ควรเป็นเมื่อต้องขายเพื่อสภาพคล่อง
ความเสี่ยงจากการคาดการณ์ผลตอบแทน
ผลตอบแทนย้อนหลังและผลตอบแทนคาดหวังในอนาคตไม่ใช่การรับประกัน ผลตอบแทนจริงขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและดอกเบี้ยในช่วงเวลาที่ถือครอง
กลยุทธ์ลงทุนตราสารหนี้เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม
ทยอยลงทุนแทนการลงทุนครั้งเดียว
การทยอยลงทุน (Dollar-Cost Averaging) ช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าลงทุนในจังหวะที่ Bond Yield กำลังขึ้น ซึ่งทำให้มูลค่ากองทุนลดลงชั่วคราว
เลือกอายุเฉลี่ยตราสารให้เหมาะกับภาวะตลาด
ในช่วงที่ดอกเบี้ยยังมีความไม่แน่นอน ตราสารหนี้อายุปานกลางมักให้ความสมดุลระหว่างโอกาสรับผลตอบแทนและการควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่าการเน้นระยะยาวหรือระยะสั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง
กระจายลงทุนในหลายประเภทตราสาร
การผสมพันธบัตรรัฐบาล ตราสารรัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดีช่วยกระจายความเสี่ยงด้านเครดิตและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในหลายสภาวะตลาด
ทบทวนพอร์ตตามแนวโน้มดอกเบี้ย
การติดตาม Bond Yield Fund Flow และมุมมองเศรษฐกิจสม่ำเสมอช่วยให้สามารถปรับพอร์ตตราสารหนี้ได้เหมาะสมก่อนที่ตลาดจะตอบสนองเต็มที่
สรุป ตราสารหนี้ ผลตอบแทนคุ้มไหม และควรเริ่มอย่างไร
ตราสารหนี้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและราคาที่เปลี่ยนแปลง
ผลตอบแทนรวมขึ้นอยู่กับทิศทางดอกเบี้ย Bond Yield อายุเฉลี่ยของตราสาร คุณภาพเครดิต และกลยุทธ์การบริหารกองทุน ซึ่งทั้งหมดนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะตลาด
กองทุนตราสารหนี้อายุปานกลางเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมดุล
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนมากกว่าการพักเงินระยะสั้น แต่ยังต้องการควบคุมความผันผวน ตราสารหนี้อายุปานกลางเป็นจุดสมดุลที่ดีในหลายสภาวะตลาด
ควรศึกษาความเสี่ยงและเงื่อนไขกองทุนก่อนลงทุน
ผู้ลงทุนควรเข้าใจนโยบายกองทุน Duration เฉลี่ย อันดับเครดิตของพอร์ต และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจ เพราะตราสารหนี้ไม่ใช่เงินฝากที่รับประกันเงินต้นหรือผลตอบแทน
